ตรวจไข้เลือดออก NS1, IgM และ IgG ต่างกันอย่างไร? ควรตรวจวันที่เท่าไร

ตรวจไข้เลือดออก NS1, IgM และ IgG ต่างกันอย่างไร? ควรตรวจวันที่เท่าไร

ตรวจไข้เลือดออก NS1, IgM และ IgG ใช้ต่างกันอย่างไร NS1 ควรตรวจวันไหน IgM เริ่มขึ้นเมื่อไร และทำไม IgG ไม่ควรใช้เดี่ยว ๆ เพื่อยืนยันไข้เลือดออกเฉียบพลัน

ถ้าเริ่มมีไข้ในช่วง 1–7 วันแรก การตรวจ NS1 เหมาะสำหรับค้นหาการติดเชื้อเดงกีระยะเฉียบพลัน โดยเฉพาะช่วงต้นของโรค ส่วน IgM มักเริ่มตรวจพบประมาณวันที่ 4–5 หลังเริ่มมีอาการและมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อผ่านช่วงต้นไปแล้ว ขณะที่ IgG ไม่ควรใช้ผลเพียงครั้งเดียวเพื่อยืนยันว่าเป็นไข้เลือดออกครั้งนี้ เพราะอาจเป็นภูมิจากการติดเชื้อเดงกีในอดีต (CDC)

วิธีจำง่ายคือ ช่วงต้นมองหาเชื้อหรือแอนติเจน เช่น NS1 ส่วนช่วงหลังมองหา IgM ที่ร่างกายสร้างขึ้น หากผลตรวจช่วงแรกเป็นลบแต่ยังมีอาการเข้าได้กับไข้เลือดออก ไม่ควรสรุปทันทีว่าไม่เป็น เพราะชนิดการตรวจและวันที่ตรวจมีผลต่อความไวของผลตรวจ (กรมควบคุมโรค)


NS1, IgM และ IgG ต่างกันอย่างไร?

NS1 ตรวจหาโปรตีนของไวรัสเดงกี ส่วน IgM และ IgG ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังติดเชื้อ

NS1 หรือ Non-Structural Protein 1 antigen สามารถพบในเลือดช่วงที่ไวรัสกำลังเพิ่มจำนวน จึงเหมาะกับการตรวจระยะแรกของโรค (กรมควบคุมโรค)

IgM เป็นแอนติบอดีที่เริ่มเพิ่มขึ้นหลังติดเชื้อไปแล้วหลายวัน จึงเหมาะกับช่วงที่โรคดำเนินมาระยะหนึ่ง ส่วน IgG สามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลังเคยติดเชื้อ จึงตีความยากกว่าเมื่อตรวจเพียงครั้งเดียว (CDC)

การตรวจตรวจหาอะไรช่วงที่มีประโยชน์
NS1โปรตีนของไวรัสเดงกีช่วงประมาณวัน 1–7
IgMภูมิคุ้มกันระยะค่อนข้างใหม่เริ่มพบราววัน 4–5 เป็นต้นไป
IgGภูมิคุ้มกันที่อาจเกิดจากอดีตหรือการติดเชื้อซ้ำไม่เหมาะใช้เดี่ยว ๆ ยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน


NS1 ควรตรวจวันที่เท่าไร?

NS1 เหมาะที่สุดในช่วงต้นของโรค โดยสามารถใช้ตรวจได้ในช่วง 0–7 วันหลังเริ่มมีอาการ

CDC ระบุว่า NS1 สามารถตรวจพบได้ในช่วง 7 วันแรกของอาการ และผลบวกสนับสนุนการติดเชื้อเดงกีเฉียบพลันได้โดยตรง (CDC)

กรมควบคุมโรคของไทยก็ระบุว่าสามารถตรวจหาเชื้อเดงกีในช่วงตั้งแต่เริ่มมีไข้จนถึงประมาณ 7 วัน และมีการใช้ชุดตรวจ NS1 สำหรับการวินิจฉัยในระยะมีไข้เฉียบพลัน (กรมควบคุมโรค)



IgM ควรตรวจเมื่อไร?

IgM มักเริ่มตรวจพบประมาณวันที่ 4–5 หลังเริ่มมีอาการ และตรวจพบได้มากขึ้นเมื่อผ่านวันที่ 5 เป็นต้นไป (CDC)

กรมควบคุมโรคระบุว่า IgM อาจเริ่มตรวจพบได้ตั้งแต่ประมาณวันที่ 3 แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจพบชัดขึ้นหลังมีไข้ประมาณ 6–7 วัน (กรมควบคุมโรค)

ดังนั้น หากตรวจ IgM เร็วมาก เช่น วันที่ 1–2 ของไข้แล้วผลเป็นลบ ยังไม่สามารถตัดไข้เลือดออกได้ เพราะร่างกายอาจยังสร้างแอนติบอดีไม่มากพอ


แล้ว IgG ใช้ตรวจไข้เลือดออกได้ไหม?

IgG มีประโยชน์บางสถานการณ์ แต่ไม่ควรใช้ผล IgG เพียงครั้งเดียวเพื่อยืนยันการติดเชื้อเดงกีเฉียบพลัน

เหตุผลคือ IgG สามารถตรวจพบจาก การติดเชื้อเดงกีในอดีต และอาจยังคงอยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในประเทศที่มีไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่น เช่น ประเทศไทย จึงมีคนจำนวนมากที่ตรวจพบ IgG อยู่แล้ว (กรมควบคุมโรค)

CDC จึงไม่แนะนำให้ใช้ single-sample IgG เป็นเครื่องมือหลักในการวินิจฉัยไข้เลือดออกเฉียบพลัน แต่การเปลี่ยนแปลงของ IgG ระหว่างตัวอย่างเลือดสองช่วงเวลาอาจช่วยในการวินิจฉัยบางกรณี (CDC)


IgG ขึ้นเร็ว หมายความว่าเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนหรือไม่?

อาจเป็นได้ โดยเฉพาะในการติดเชื้อเดงกีซ้ำ IgG อาจเพิ่มขึ้นเร็วและสูงกว่าการติดเชื้อครั้งแรก

แต่การเห็น IgG บวกเพียงผลเดียวไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่ากำลังติดเชื้อครั้งนี้ เพราะอาจเป็นภูมิจากอดีต การตีความจึงต้องดูร่วมกับ วันที่เริ่มมีไข้ NS1, IgM อาการ และผลตรวจอื่น ๆ


ตรวจวันไหนควรเลือกอะไร?

หลักจำง่ายคือ:

วันที่ 1–3 ของไข้
→ เน้น NS1 หรือการตรวจหาไวรัส/สารพันธุกรรม
→ IgM อาจยังลบได้

วันที่ 4–7
→ สามารถตรวจ NS1 ร่วมกับ IgM เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบ

หลังวันที่ 7
→ IgM มีบทบาทมากขึ้น
→ NS1 อาจตรวจไม่พบแล้วในบางคน

คำว่า “วันที่ 1” ควรนับจาก วันแรกที่เริ่มมีไข้หรือเริ่มมีอาการ ไม่ใช่นับจากวันที่ไปพบแพทย์ (CDC)


NS1 เป็นลบ แปลว่าไม่เป็นไข้เลือดออกใช่ไหม?

ไม่ใช่ ผล NS1 ลบไม่สามารถตัดไข้เลือดออกได้ทั้งหมด

ความสามารถในการตรวจพบขึ้นกับวันที่ตรวจ ปริมาณไวรัส ชนิดของชุดตรวจ และลักษณะการติดเชื้อ หากอาการยังเข้าได้กับไข้เลือดออก แพทย์อาจพิจารณาตรวจ IgM หรือวิธีอื่นเพิ่มเติม (CDC)

โดยเฉพาะเมื่อไข้ดำเนินมาหลายวัน NS1 อาจลดลงในขณะที่ IgM เริ่มเพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกตรวจให้ตรงช่วงเวลาจึงสำคัญ


ชุดตรวจที่มี NS1 + IgM + IgG อ่านอย่างไร?

ชุดตรวจแบบรวมอาจช่วยให้เห็นข้อมูลหลายช่วงของการติดเชื้อพร้อมกัน แต่ ไม่ควรแปลผลจากจำนวนขีดโดยไม่ดูวันที่เริ่มมีอาการ

ตัวอย่างเช่น:

  • NS1 บวก → สนับสนุนการติดเชื้อเดงกีระยะเฉียบพลัน
  • IgM บวก → สนับสนุนการติดเชื้อช่วงไม่นานมานี้
  • IgG บวกอย่างเดียว → อาจสะท้อนการติดเชื้อในอดีต ไม่ได้ยืนยันว่าป่วยครั้งนี้จากเดงกี
  • ทุกอย่างลบในช่วงต้นมาก → ยังไม่สามารถตัดโรคได้ หากอาการยังน่าสงสัย

การแปลผลควรใช้ร่วมกับอาการ ตรวจร่างกาย และผลเลือดอื่น ไม่ควรใช้ rapid test เพียงอย่างเดียวตัดสินความรุนแรงของโรค


ต้องตรวจเกล็ดเลือดด้วยไหม?

CBC และจำนวนเกล็ดเลือดมีประโยชน์ในการติดตามโรค แต่ไม่ใช่การตรวจยืนยันว่าเป็นไข้เลือดออกโดยตรง

ผู้ป่วยไข้เลือดออกอาจเริ่มมีเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลงตามระยะของโรค ขณะที่ hematocrit อาจเพิ่มขึ้นเมื่อมีภาวะพลาสมารั่ว ดังนั้นแพทย์จึงพิจารณาแนวโน้มของผลเลือดร่วมกับอาการมากกว่าดูค่าครั้งเดียว


ผลตรวจเป็นลบ แต่อาการเหมือนไข้เลือดออก ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรรอให้ชุดตรวจเป็นบวกก่อนจึงเริ่มเฝ้าระวังอาการ

หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ หรือมีประวัติอยู่ในพื้นที่ที่มีไข้เลือดออก ควรติดตามอาการและดื่มน้ำให้เพียงพอ หากต้องใช้ยาลดไข้ควรใช้ Paracetamol ตามขนาดที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยง Aspirin, Ibuprofen, Diclofenac และ NSAIDs อื่น ๆ เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก (กรมควบคุมโรค)


อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

ควรรีบพบแพทย์หากมี ปวดท้องมาก อาเจียนต่อเนื่อง เลือดออกผิดปกติ ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด ซึม กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อย หายใจลำบาก หรืออาการทรุดลงในช่วงที่ไข้เริ่มลด

ช่วงที่ไข้ลดไม่ได้หมายความว่าพ้นอันตรายเสมอ เพราะผู้ป่วยบางรายเข้าสู่ระยะวิกฤตในช่วงนี้ (กรมควบคุมโรค)


สรุป NS1, IgM และ IgG ควรตรวจวันไหน?

จำง่าย ๆ:

NS1 = ช่วงต้น
เหมาะประมาณ วัน 1–7

IgM = เริ่มตามมาหลังหลายวัน
มักตรวจพบประมาณ วัน 4–5 เป็นต้นไป และมีประโยชน์มากขึ้นหลังวัน 7

IgG = บอกภูมิในอดีตได้ด้วย
จึง ไม่ควรใช้ผลเดียวเพื่อยืนยันไข้เลือดออกเฉียบพลัน

ถ้าตรวจเร็วแล้วผลลบ แต่อาการยังเข้าได้กับไข้เลือดออก การติดตามอาการและพิจารณาตรวจซ้ำตามวันที่ของโรคมีความสำคัญกว่าการยึดผลตรวจครั้งเดียว

FAQ

มีไข้วันที่ 1 ตรวจ NS1 ได้ไหม?

ได้ NS1 ใช้ตรวจในช่วงต้นของโรคและมีประโยชน์ในช่วง 7 วันแรก แต่ผลลบยังไม่สามารถตัดไข้เลือดออกได้ทั้งหมด (CDC)

มีไข้วันที่ 2 ตรวจ IgM แล้วลบ เชื่อได้ไหม?

ยังไม่ควรใช้ผลลบตัดโรค เพราะ IgM มักเริ่มตรวจพบประมาณวันที่ 4–5 หลังเริ่มอาการ (CDC)

วันที่ 5 ควรตรวจ NS1 หรือ IgM?

ช่วงวันที่ 4–7 เป็นช่วงที่สามารถใช้ NS1 ร่วมกับ IgM ได้ เพราะ NS1 อาจยังตรวจพบ ขณะที่ IgM เริ่มเพิ่มขึ้น (CDC)

IgG บวกแปลว่ากำลังเป็นไข้เลือดออกไหม?

ไม่เสมอ IgG อาจมาจากการติดเชื้อเดงกีในอดีต จึงไม่ควรใช้ผล IgG เพียงครั้งเดียวเพื่อยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน (CDC)

NS1 ลบแต่เกล็ดเลือดต่ำ เป็นไข้เลือดออกได้ไหม?

เป็นไปได้ เพราะ NS1 ลบไม่ได้ตัดโรคทั้งหมด และเกล็ดเลือดต่ำก็ไม่ได้จำเพาะต่อไข้เลือดออก ต้องประเมินร่วมกับวันที่ของโรค อาการ และผลตรวจอื่น



Internal Links ที่แนะนำ





เรียบเรียงโดย: ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช



References

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคไข้เลือดออก: การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการและการดูแลผู้ป่วย. กรมควบคุมโรค
  • กรมควบคุมโรค. โรคไข้เลือดออก (Dengue). กรมควบคุมโรค
  • กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค. แนวทางและคู่มือปฏิบัติงานโรคไข้เลือดออก. กรมควบคุมโรค
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. Dengue virus: antigen NS1. ศิริราช

ต่างประเทศ

  • Centers for Disease Control and Prevention. Clinical Testing Guidance for Dengue. 2025. CDC
  • Centers for Disease Control and Prevention. NS1 Antigen Tests for Dengue Virus. 2025. CDC
  • Centers for Disease Control and Prevention. Serologic Tests for Dengue Virus. 2025. CDC
  • World Health Organization. Laboratory testing for dengue virus: interim guidance. 2025. WHO
  • World Health Organization. Enhancing dengue diagnosis and case management. WHO

Tags

ไข้เลือดออก, ตรวจไข้เลือดออก, Dengue NS1, NS1 ไข้เลือดออก, Dengue IgM, Dengue IgG, NS1 ตรวจวันไหน, IgM ตรวจวันไหน, IgG ไข้เลือดออก, Dengue Test, ตรวจเดงกี, เกล็ดเลือดต่ำ, ไข้เลือดออกตรวจวันไหน, Dengue Diagnosis

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี