หูดหงอนไก่ที่ขึ้นตรงรูเปิดท่อปัสสาวะรักษาอย่างไร? ตำแหน่งนี้ต่างจากหูดที่ผิวหนังอวัยวะเพศทั่วไป เพราะต้องประเมินว่าหูดอยู่เฉพาะบริเวณปากท่อ หรือยื่นลึกเข้าไปในท่อปัสสาวะ การเลือกวิธีรักษาจึงควรทำโดยแพทย์ ไม่ควรนำยาทาหูดทั่วไปมาหยอดหรือทาเข้าไปเอง
หูดหงอนไก่หรือ anogenital warts เกิดจากเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV โดยส่วนใหญ่สัมพันธ์กับ HPV ชนิด 6 และ 11 หูดสามารถเกิดได้หลายตำแหน่งของอวัยวะเพศ รวมถึง บริเวณปากท่อปัสสาวะและภายในท่อปัสสาวะ ได้ แม้ตำแหน่งนี้จะพบไม่บ่อยเท่าผิวหนังด้านนอกก็ตาม
หูดหงอนไก่ตรงรูเปิดท่อปัสสาวะเป็นอย่างไร?
หูดบริเวณ urethral meatus หรือปากท่อปัสสาวะ อาจเห็นเป็นตุ่มเนื้อเล็ก ๆ สีเนื้อ สีชมพู หรือผิวขรุขระอยู่บริเวณขอบรูเปิด บางรายมีเพียงตุ่มเดียว แต่บางรายมีหลายตุ่มรวมกัน
สิ่งสำคัญคือสิ่งที่มองเห็นจากภายนอกอาจไม่บอกทั้งหมด เพราะหูดบางส่วนอาจยื่นเข้าไปในท่อปัสสาวะ จึงต้องแยกว่าเป็นเพียง meatal wart ที่อยู่ตรงปากท่อ หรือเป็น intraurethral wart ที่อยู่ลึกเข้าไปภายในท่อปัสสาวะ
หากมีหูดอยู่ลึก อาจมีอาการปัสสาวะเป็นสองสาย ปัสสาวะพุ่งผิดทิศทาง ปัสสาวะแสบ มีเลือดออกง่าย หรือในรายที่มีรอยโรคขนาดใหญ่อาจรบกวนการไหลของปัสสาวะได้ แม้ว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งจะไม่มีอาการเลยก็ตาม
ทำไมตำแหน่งรูเปิดท่อปัสสาวะจึงรักษาต่างจากหูดทั่วไป?
หูดที่ผิวหนังอวัยวะเพศด้านนอก เช่น ลำอวัยวะเพศ ขาหนีบ ถุงอัณฑะ หรือผิวรอบทวาร มีทางเลือกทั้งยาที่ผู้ป่วยทาเองและวิธีที่แพทย์เป็นผู้รักษา
แต่สำหรับ หูดที่ปากท่อปัสสาวะ CDC แนะนำ cryotherapy หรือการนำหูดออกโดยแพทย์ ไม่ได้จัดยาทาด้วยตนเอง เช่น imiquimod หรือ podofilox ไว้เป็นสูตรมาตรฐานสำหรับตำแหน่งนี้
เหตุผลสำคัญคือเยื่อบุบริเวณปากท่อปัสสาวะบอบบางกว่าผิวหนังด้านนอก ยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดการระคายเคือง แผล หรือการอักเสบของเยื่อบุได้ และหากยาถูกทาเข้าไปลึกเกินไปก็ยิ่งควบคุมตำแหน่งและปริมาณยาได้ยาก
หูดตรงปากท่อปัสสาวะรักษาด้วยวิธีอะไรบ้าง?
แนวทาง CDC ระบุวิธีหลักสำหรับ urethral meatus warts ได้แก่ การจี้เย็นด้วย liquid nitrogen หรือการนำรอยโรคออกด้วยวิธีทางหัตถการ
การจี้เย็นหรือ Cryotherapy ใช้ความเย็นทำลายเนื้อหูด แพทย์จะควบคุมบริเวณและระยะเวลาในการจี้เพื่อให้กระทบเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้น้อยที่สุด หลายรายอาจต้องรักษามากกว่าหนึ่งครั้ง
การนำหูดออกสามารถทำได้หลายวิธีตามขนาดและตำแหน่ง เช่น การตัดออก electrosurgery หรือ laser ในกรณีที่รอยโรคมีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก หรือยื่นลึกเข้าไปในท่อปัสสาวะ CDC ระบุว่าการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือ laser อาจมีประโยชน์ในผู้ที่มี intraurethral warts โดยเฉพาะเมื่อไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น
แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระบุทางเลือกสำหรับหูดที่ปากท่อปัสสาวะ ได้แก่ Tincture Podophyllin 25%, Cryotherapy และการผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม Podophyllin แตกต่างจากยาทาหูดที่ซื้อมาใช้เอง เพราะเป็นสารที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ควบคุมปริมาณและบริเวณที่ทา และมีความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือความเป็นพิษหากใช้มากเกินไป จึงควรใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรนำมาหยอดเข้าท่อปัสสาวะเอง
ทำไมไม่ควรใช้ Imiquimod ทาเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะเอง?
Imiquimod เป็นยาที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่ภายนอกบางตำแหน่ง และมีบทบาทสำคัญในการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ แต่แนวทาง CDC จัด imiquimod เป็น patient-applied treatment สำหรับ external anogenital warts ไม่ใช่สูตรมาตรฐานสำหรับ urethral meatus warts
การนำครีมเข้าไปทาในเยื่อบุท่อปัสสาวะเองอาจทำให้เกิดการแสบ แดง บวม ระคายเคือง หรือเกิดแผลได้ โดยเฉพาะหากใช้ปริมาณมากหรือทาเข้าไปลึกกว่าบริเวณที่แพทย์ต้องการรักษา
ดังนั้น การที่ Imiquimod ใช้รักษาหูดหงอนไก่ได้ ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้กับทุกตำแหน่งของอวัยวะเพศได้เหมือนกัน
Podophyllin หรือ Podofilox ทาเองได้หรือไม่?
ควรแยกสองชนิดนี้ออกจากกัน Podofilox เป็นยาที่ผู้ป่วยสามารถใช้เองได้ในหูดภายนอกบางตำแหน่งตามคำแนะนำ ส่วน Podophyllin resin เป็นสารที่มีความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและความเป็นพิษมากกว่า และควรใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์
CDC ระบุว่าหากใช้ Podophyllin มากเกินไปหรือกระจายไปยังผิวปกติ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและความเป็นพิษจากการดูดซึมได้ จึงต้องจำกัดปริมาณ พื้นที่ และระยะเวลาที่สัมผัสผิวอย่างชัดเจน
สำหรับหูดตรงรูเปิดท่อปัสสาวะ การทายาเองยิ่งมีความเสี่ยง เพราะยาสามารถไหลเข้าไปในท่อปัสสาวะหรือสัมผัสเยื่อบุบริเวณที่ไม่ต้องการรักษาได้
ถ้าหูดอยู่ลึกเข้าไปในท่อปัสสาวะต้องทำอย่างไร?
หากแพทย์สงสัยว่าหูดไม่ได้อยู่เฉพาะตรงปากท่อ แต่อาจยื่นเข้าไปด้านใน การตรวจเพิ่มเติมอาจจำเป็น โดยเฉพาะหากมองเห็นรอยโรคต่อเนื่องเข้าไปในท่อ มีเลือดออก ปัสสาวะผิดปกติ หรือกลับเป็นซ้ำบริเวณเดิม
แพทย์อาจพิจารณาการตรวจภายในท่อปัสสาวะด้วยเครื่องมือ เช่น urethroscopy หรือ cystoscopy ในบางกรณี เพื่อดูขอบเขตของรอยโรคก่อนวางแผนรักษา
หูดที่อยู่ในท่อปัสสาวะมักไม่เหมาะกับการทายาด้วยตนเอง และอาจต้องใช้วิธีจี้ ตัด หรือ laser โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
จี้หูดบริเวณปากท่อปัสสาวะแล้วจะทำให้ท่อปัสสาวะตีบไหม?
ภาวะตีบจากแผลเป็นสามารถเกิดขึ้นได้แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของหูด วิธีรักษา ความลึกของการทำลายเนื้อเยื่อ และการรักษาซ้ำหลายครั้ง
CDC ระบุว่าการทำหัตถการเพื่อทำลายหูดควรควบคุมความลึกอย่างเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็น
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่บริเวณปากท่อปัสสาวะควรให้แพทย์เป็นผู้รักษา เพราะการจี้ลึกหรือกว้างเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อปกติบริเวณรอบท่อได้
รักษาหูดออกแล้ว HPV หายจากร่างกายเลยหรือไม่?
ไม่จำเป็น การรักษาหูดมีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดรอยโรคที่มองเห็นและลดอาการ แต่การกำจัดหูดไม่ได้หมายความว่าสามารถกำจัด HPV ออกจากร่างกายได้ทันที
CDC ระบุว่าหูดสามารถกลับเป็นซ้ำได้หลังรักษา โดยพบได้บ่อยในช่วงประมาณ 3 เดือนแรก เนื่องจาก HPV อาจยังคงอยู่ในเนื้อเยื่อรอบบริเวณนั้น
ดังนั้นการเกิดหูดซ้ำหลังรักษา ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าการรักษาครั้งก่อนผิดพลาดหรือเป็นการติดเชื้อครั้งใหม่

หูดหงอนไก่หมายความว่าติด HPV ชนิดเสี่ยงมะเร็งหรือไม่?
หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV ชนิด 6 และ 11 ซึ่งเป็นกลุ่ม low-risk และแตกต่างจาก HPV ชนิดที่สัมพันธ์กับมะเร็งเป็นหลัก CDC ระบุว่าประมาณ 90% ของหูดบริเวณอวัยวะเพศสัมพันธ์กับ HPV 6 หรือ 11
อย่างไรก็ตาม รอยโรคที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น แข็ง ติดแน่นกับเนื้อเยื่อ มีสีคล้ำ เลือดออก เป็นแผล หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม และบางกรณีอาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจ
จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV จากหูดหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่จำเป็น CDC ไม่แนะนำ HPV testing เพื่อใช้ยืนยันว่ารอยโรคที่เห็นเป็นหูดหงอนไก่หรือไม่ เพราะผลตรวจไม่ได้ช่วยยืนยันการวินิจฉัยและไม่ได้เปลี่ยนวิธีรักษาหูดโดยตรง
การวินิจฉัยส่วนใหญ่อาศัยการตรวจลักษณะรอยโรค หากลักษณะไม่ชัดเจนหรือผิดปกติจึงอาจพิจารณา biopsy
มีหูดหงอนไก่ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นด้วยหรือไม่?
ควรพิจารณาตามประวัติความเสี่ยง เพราะการพบหูดหงอนไก่บ่งชี้ว่ามีการสัมผัสเชื้อ HPV ผ่านทางเพศสัมพันธ์ และบุคคลเดียวกันอาจมีโอกาสได้รับเชื้อ STI ชนิดอื่นร่วมด้วย
CDC แนะนำว่าผู้ที่มี anogenital warts สามารถได้รับประโยชน์จากการตรวจ STI อื่นตามความเหมาะสม เช่น HIV, Syphilis, Gonorrhea และ Chlamydia โดยพิจารณาจากประวัติและตำแหน่งการมีเพศสัมพันธ์
วัคซีน HPV ยังมีประโยชน์ไหมถ้าเคยเป็นหูดหงอนไก่แล้ว?
วัคซีน HPV ไม่สามารถรักษาหูดที่เกิดขึ้นแล้วและไม่กำจัด HPV ที่ติดอยู่เดิม แต่ยังอาจมีประโยชน์ในการป้องกัน HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อ ขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติการฉีดวัคซีน และปัจจัยส่วนบุคคล
CDC ระบุว่าวัคซีนสามารถป้องกัน HPV ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ส่วนใหญ่ได้ แต่ ไม่ได้ใช้เป็นการรักษาหูดที่มีอยู่แล้ว
เมื่อไรควรพบแพทย์โดยเร็ว?
ควรได้รับการตรวจหากมีก้อนหรือตุ่มบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ โดยเฉพาะหากรอยโรคขยายเข้าไปด้านใน มีเลือดออก ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นสองสาย ปัสสาวะพุ่งผิดปกติ หรือรู้สึกว่าปัสสาวะออกยาก
ควรพบแพทย์เช่นกันหากรอยโรคมีลักษณะผิดปกติ เช่น แข็งมาก สีคล้ำ เป็นแผล เลือดออกง่าย หรือรักษาหูดตามมาตรฐานแล้วไม่ตอบสนอง เพราะอาจต้องตรวจยืนยันว่าเป็นหูดหงอนไก่จริงหรือไม่
สรุป
หูดหงอนไก่ที่บริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะเป็นตำแหน่งที่ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพราะต้องแยกว่า หูดอยู่เฉพาะปากท่อหรือยื่นเข้าไปภายในท่อปัสสาวะ ซึ่งมีผลต่อวิธีรักษา
แนวทาง CDC แนะนำ cryotherapy หรือการนำหูดออกโดยแพทย์สำหรับ urethral meatus warts ขณะที่แนวทางประเทศไทย พ.ศ. 2567 มีทางเลือกเพิ่มเติม เช่น Tincture Podophyllin 25% ซึ่งเป็นการรักษาที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังโดยบุคลากรทางการแพทย์
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรนำ Imiquimod, Podofilox, Podophyllin หรือยากัดหูดชนิดอื่นมาทาหรือหยอดเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะด้วยตนเอง เพราะเยื่อบุบริเวณนี้บอบบาง ยาอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แผล หรือบาดเจ็บต่อท่อปัสสาวะ และอาจพลาดรอยโรคที่ยื่นลึกเข้าไปด้านใน
FAQ
Imiquimod ใช้กับหูดตรงรูเปิดท่อปัสสาวะได้ไหม?
ไม่ควรนำมาทาหรือสอดเข้าไปในท่อปัสสาวะเอง CDC แนะนำ Imiquimod สำหรับ external anogenital warts แต่สำหรับหูดที่ urethral meatus แนวทางแนะนำ cryotherapy หรือ surgical removal เป็นหลัก
หูดตรงปากท่อปัสสาวะสามารถหายเองได้ไหม?
หูดหงอนไก่บางรายสามารถยุบหายเองได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง แต่บางรายอาจคงเดิมหรือโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งปากท่อปัสสาวะควรได้รับการประเมินก่อน เพราะอาจมีรอยโรคยื่นเข้าไปด้านในและอาจรบกวนการปัสสาวะได้
จี้หูดครั้งเดียวหายไหม?
ไม่เสมอไป บางรายต้องรักษาซ้ำหลายครั้ง และหูดสามารถกลับมาเกิดใหม่หลังรักษาได้ โดยเฉพาะช่วงประมาณ 3 เดือนแรก เนื่องจากการรักษากำจัดรอยโรคแต่ไม่ได้กำจัด HPV ออกจากร่างกายทันที
มีหูดตรงรูเปิดท่อปัสสาวะต้องส่องกล้องทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นทุกคน การตรวจภายในท่อปัสสาวะมักพิจารณาเมื่อสงสัยว่าหูดยื่นเข้าไปด้านใน มีอาการทางปัสสาวะ รอยโรคมองเห็นต่อเนื่องเข้าไปในท่อ หรือมีการกลับเป็นซ้ำในตำแหน่งเดิม
แฟนต้องรักษาหรือไม่ถ้าไม่มีหูด?
คู่นอนอาจมี HPV แม้ไม่มีหูดที่มองเห็นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรักษาด้วยยาหากไม่มีรอยโรค ควรได้รับคำแนะนำเรื่องการตรวจ STI ตามความเสี่ยง การใช้ถุงยาง และการฉีดวัคซีน HPV ตามความเหมาะสม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- หูดหงอนไก่เกิดจากอะไร? HPV 6 และ 11 ต่างจาก HPV เสี่ยงมะเร็งอย่างไร
- Imiquimod รักษาหูดหงอนไก่อย่างไร?
- ทา Imiquimod บางหรือหนา แบบไหนถูกต้อง?
- ลืมทา Imiquimod ควรทำอย่างไร?
- หูดหงอนไก่รักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่?
- มีหูดหงอนไก่ควรตรวจ HIV ซิฟิลิส หนองใน และ Chlamydia หรือไม่?
เรียบเรียงโดย: ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช
References
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Anogenital Warts – STI Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/anogenital-warts.htm - Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines.
https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/ - กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567.
https://stisqsa.ddc.moph.go.th/app-assets/manual/2567/ - กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. หูดหงอนไก่ (Condyloma acuminata).
https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=37 - World Health Organization (WHO). Recommendations for the treatment of human papillomavirus (anogenital warts). 2024.
https://www.who.int/publications/i/item/9789240096370






