กลากคืออะไร? ผื่นเป็นวง คัน ขอบแดงแบบไหนอาจเป็นเชื้อรา
กลากเป็นเชื้อราที่ผิวหนังหรือไม่? รู้จักลักษณะผื่นเป็นวง คัน ขอบแดง ขุย และตรงกลางจางลง พร้อมวิธีแยกจากผื่นชนิดอื่น การใช้ยาฆ่าเชื้อรา และสัญญาณที่ควรพบแพทย์
วันหนึ่งคุณสังเกตเห็น ผื่นแดงเล็ก ๆ ที่แขน
ตอนแรกดูเหมือนยุงกัดหรือผื่นแพ้ธรรมดา แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ผื่นกลับค่อย ๆ ขยายออกเป็นวง ขอบดูแดงและมีขุย ขณะที่ตรงกลางกลับดูจางลง
ที่สำคัญคือ มันคัน และเมื่อเกาไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนผื่นจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น
หลายคนจึงเริ่มค้นคำว่า “ผื่นเป็นวง คัน เป็นกลากหรือเปล่า?”
คำตอบคือ ลักษณะแบบนี้สามารถเข้าได้กับโรคกลาก หรือ Tinea corporis ซึ่งเป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนัง แต่ไม่ใช่ผื่นวงกลมทุกชนิดจะเป็นกลาก
CDC ระบุว่า ringworm หรือกลากเป็น การติดเชื้อราที่ผิวหนัง ไม่ได้เกิดจากพยาธิหรือหนอน และบริเวณผิวหนังทั่วไปมักทำให้เกิดผื่นคัน รูปร่างคล้ายวง มีขอบนูนหรือเป็นขุย และบริเวณตรงกลางอาจดูจางลงได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
กลากคืออะไร?
กลากเป็นโรคติดเชื้อราบริเวณผิวหนังที่เกิดจากเชื้อในกลุ่ม dermatophytes
คำทางการแพทย์ที่ใช้เรียกกลากบนผิวหนังลำตัวคือ Tinea corporis
แต่เชื้อกลุ่มเดียวกันสามารถเกิดในตำแหน่งอื่นของร่างกาย และมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น
- Tinea cruris — กลากบริเวณขาหนีบ หรือ jock itch
- Tinea pedis — เชื้อราที่เท้า หรือ athlete’s foot
- Tinea capitis — เชื้อราบนหนังศีรษะ
- Tinea manuum — เชื้อราที่มือ
- Tinea unguium / Onychomycosis — เชื้อราที่เล็บ
American Academy of Dermatology ระบุว่า ringworm สามารถเกิดได้แทบทุกบริเวณของร่างกาย และชื่อทางการแพทย์จะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่เชื้อราเกิดขึ้น (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นคำว่า “กลาก” ไม่ได้หมายถึงโรคที่เกิดเฉพาะแขนหรือขาเท่านั้น
กลากมีอาการอย่างไร?
บนผิวหนังทั่วไป ลักษณะที่พบได้บ่อยคือ
ผื่นเป็นวงหรือคล้ายวง + คัน + มีขุยบริเวณขอบ
CDC ระบุว่าอาการของ tinea corporis มักเป็นผื่นคันรูปร่างคล้ายวง โดยบริเวณด้านในอาจค่อนข้างใสหรือมีขุย และขอบผื่นสามารถยกสูงเล็กน้อยได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
American Academy of Dermatology อธิบายเพิ่มเติมว่า ผื่นมักค่อย ๆ ขยายขนาดออกด้านนอก ขอบมีลักษณะนูนและเป็นขุย ส่วนบริเวณตรงกลางมักเริ่มจางลงก่อน (American Academy of Dermatology)
จึงเกิดลักษณะที่หลายคนคุ้นตา คือ
ตรงกลางดูดีขึ้น แต่ขอบวงยังแดง คัน และค่อย ๆ ขยายออก
ผื่นเป็นวงแบบไหนที่ควรสงสัย “กลาก”?
ลักษณะที่ทำให้นึกถึงเชื้อรามากขึ้น ได้แก่
- ผื่นเป็นวงหรือครึ่งวง
- ขอบผื่นชัดกว่าตรงกลาง
- ขอบแดง นูน หรือมีขุย
- ผื่นคัน
- ตรงกลางวงอาจดูจางกว่าขอบ
- ผื่นค่อย ๆ ขยายขนาด
- อาจเกิดหลายวงและซ้อนกันได้
แต่สีของผื่นไม่ได้เป็นสีแดงเสมอไป
AAD ระบุว่าในคนผิวสีเข้ม ผื่นกลากอาจดูเป็น น้ำตาล เทา หรือสีเข้มกว่าผิวรอบข้าง มากกว่าจะเป็นสีแดงชัดเหมือนในผิวขาว (American Academy of Dermatology)
ดังนั้นไม่ควรใช้คำว่า “ต้องแดงเป็นวงเท่านั้นถึงจะเป็นกลาก”

กลากเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ได้ไหม?
ได้
กลากไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นมาเป็นวงใหญ่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
CDC ระบุว่าอาการสามารถเริ่มปรากฏประมาณ 4–14 วันหลังผิวหนังสัมผัสเชื้อรา จากนั้นผื่นอาจค่อย ๆ ขยายออก (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ในระยะแรกจึงอาจเห็นเพียง
ผื่นแดงเล็ก ๆ → คัน → เริ่มมีขุย → ขอบค่อย ๆ ชัดขึ้น → ขยายเป็นวง
นี่ทำให้ช่วงต้นสามารถถูกเข้าใจผิดว่าเป็น
- ผื่นแพ้
- แมลงกัด
- ผิวแห้ง
- eczema
- ผื่นระคายเคือง
ได้ง่ายฃ
ผื่นตรงกลางหาย แต่ขอบยังแดง หมายความว่าอะไร?
นี่เป็นหนึ่งในลักษณะที่พบได้ของกลาก
เชื้อรามักมีการเจริญบริเวณ ขอบของรอยโรค
ดังนั้นเมื่อวงขยายออก ด้านในอาจดูสงบหรือจางลง ขณะที่ขอบด้านนอกยังมี
แดง + ขุย + คัน
AAD ระบุว่าบริเวณตรงกลางของผื่นกลากมักเริ่ม clear ก่อน ขณะที่ขอบยังคงนูนและเป็นขุย (American Academy of Dermatology)
แต่ลักษณะนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจง 100% จึงยังต้องแยกโรคผิวหนังอื่นออกด้วย
ผื่นเป็นวงทุกชนิดคือกลากหรือไม่?
ไม่ใช่
นี่เป็นจุดสำคัญมาก
ผื่นที่มีลักษณะคล้ายวงสามารถเกิดจากโรคอื่น เช่น
- eczema บางชนิด
- psoriasis
- ผื่นแพ้สัมผัส
- granuloma annulare
- pityriasis rosea
- ผื่นจากแมลงหรือการระคายเคือง
- โรคผิวหนังชนิดอื่น
CDC ระบุว่าลักษณะของ ringworm สามารถคล้ายกับโรคผิวหนังหรือโรคเล็บชนิดอื่น และบางกรณีควรตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัย (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
แพทย์อาจขูดผิวหนังบริเวณขอบผื่นเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อรา หากลักษณะไม่ชัดเจนหรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง (American Academy of Dermatology)
กลากติดต่อไหม?
ติดต่อได้
เชื้อราสามารถแพร่จาก
คนสู่คน ผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง
รวมถึงแพร่ผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น
- ผ้าเช็ดตัว
- เสื้อผ้า
- ผ้าปูที่นอน
- อุปกรณ์กีฬา
- พื้นผิวบางชนิด
และบางกรณีสามารถได้รับเชื้อจากสัตว์ที่มีเชื้อราได้
จึงไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือของใช้ที่สัมผัสผิวหนังร่วมกับผู้ที่มีผื่นสงสัยกลาก
AAD ยังแนะนำให้ล้างมือหลังสัมผัสบริเวณที่เป็นกลาก เพราะการเกาหรือสัมผัสแล้วไปจับผิวหนังส่วนอื่นสามารถทำให้เชื้อแพร่ไปตำแหน่งใหม่ได้ (American Academy of Dermatology)
ทำไมอากาศร้อนและชื้นถึงทำให้เป็นเชื้อราง่ายขึ้น?
เชื้อรากลุ่ม dermatophytes เจริญได้ดีในบริเวณที่
อุ่น + ชื้น + อับ
AAD ระบุว่าความเสี่ยงของ ringworm เพิ่มขึ้นในสภาพอากาศร้อนและชื้น (American Academy of Dermatology)
ประเทศไทยจึงมีปัจจัยเหมาะกับการเกิดเชื้อราผิวหนัง โดยเฉพาะคนที่
- เหงื่อออกมาก
- ใส่เสื้อผ้าชื้นนาน
- ออกกำลังกาย
- อยู่ในพื้นที่อับ
- ใช้รองเท้าที่ระบายอากาศไม่ดี
- ผิวหนังสัมผัสกันตลอด เช่น ขาหนีบหรือใต้ร่มผ้า
จึงเห็นกลากและเชื้อราผิวหนังได้บ่อยในฤดูฝนและช่วงอากาศชื้น
กลากรักษาอย่างไร?
หากเป็นกลากบริเวณผิวหนังทั่วไปและไม่รุนแรง การรักษาหลักคือ ยาฆ่าเชื้อราสำหรับใช้ภายนอก
CDC ระบุตัวยาที่ใช้ได้ เช่น
- Clotrimazole
- Miconazole
- Terbinafine
- Ketoconazole
โดยการรักษากลากบนผิวหนังมักใช้ยาฆ่าเชื้อราเป็นระยะประมาณ 2–4 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับตัวยา ความแรง ตำแหน่ง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
สิ่งสำคัญคือ
อาการคันหาย ไม่ได้หมายความว่าควรหยุดยาทันที
ควรใช้ตามระยะเวลาที่ฉลากหรือบุคลากรทางการแพทย์แนะนำ เพราะการหยุดเร็วเกินไปสามารถทำให้เชื้อไม่หมดและกลับมาเป็นซ้ำได้ (American Academy of Dermatology)

ควรทายาตรงไหน?
หลักทั่วไปของยาทากลากคือ ไม่ควรทาเฉพาะจุดแดงตรงกลางวงเท่านั้น
เพราะเชื้อรามัก active บริเวณขอบของรอยโรค จึงควรทาตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมบริเวณผื่นและผิวรอบข้างตามระยะที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ขนาดพื้นที่ที่ต้องทาและความถี่แตกต่างกันตามตัวยา
เช่น
Clotrimazole, Miconazole และ Terbinafine มีวิธีใช้และระยะเวลาการรักษาที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
Internal Link Recommendation:
“ยาทากลากมีอะไรบ้าง? Clotrimazole, Miconazole และ Terbinafine ต่างกันอย่างไร”
ทำไมไม่ควรใช้ครีมสเตียรอยด์ทากลากเอง?
นี่เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่สำคัญที่สุด
เวลาผื่นคันมาก หลายคนเลือกครีมที่ทาแล้ว
แดงลดเร็ว → คันลดเร็ว → ดูเหมือนดีขึ้น
แต่ถ้าครีมนั้นมี corticosteroid และผื่นจริง ๆ เป็นเชื้อรา สเตียรอยด์สามารถกดการอักเสบชั่วคราวโดยไม่ได้ฆ่าเชื้อ
ผลคือผื่นอาจดูไม่เหมือนกลากแบบเดิม แต่เชื้อยังคงอยู่และอาจลุกลาม
CDC ระบุชัดว่า ไม่ควรใช้ steroid cream กับ ringworm หรือผื่นที่สงสัยว่าเป็น ringworm เพราะสามารถทำให้อาการแย่ลงได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ภาวะที่กลากถูกสเตียรอยด์กดจนรูปร่างเปลี่ยนไปมักเรียกว่า tinea incognito
จึงไม่ควรซื้อ “ครีมแก้ผื่น” มาทาโดยไม่รู้ส่วนประกอบ
ถ้าทายาฆ่าเชื้อราแล้วไม่หาย เกิดจากอะไร?
มีหลายสาเหตุ เช่น
วินิจฉัยผิดตั้งแต่แรก
ผื่นอาจไม่ใช่เชื้อรา
ใช้ยาไม่ครบระยะ
เห็นอาการดีขึ้นแล้วหยุดทันที
ยังมีแหล่งเชื้ออยู่
เช่น มีเชื้อราที่เท้า เล็บ หรือสัตว์เลี้ยง และเกิด reinfection
บริเวณผื่นกว้างมาก
เชื้ออยู่ในหนังศีรษะหรือเล็บ
ตำแหน่งเหล่านี้อาจไม่ตอบสนองต่อยาทาอย่างเดียว
เชื้อราบางชนิดอาจดื้อต่อยา
CDC ระบุในปี 2026 ว่า fungal diseases และปัญหา antifungal resistance กำลังเพิ่มขึ้น และมี emerging ringworm บางชนิดที่มีความสำคัญทางสาธารณสุข (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ดังนั้นหากใช้ยาถูกต้องแล้วยังไม่ดีขึ้น ไม่ควรเปลี่ยนยาทาหลายชนิดต่อเนื่องโดยไม่ประเมินใหม่
กลากที่หนังศีรษะใช้ยาทาได้ไหม?
โดยทั่วไป ไม่ควรพึ่งยาทาอย่างเดียว
CDC ระบุว่า tinea capitis หรือเชื้อราที่หนังศีรษะมักต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานตามใบสั่งยาเป็นเวลา 1–3 เดือน เพราะครีม โลชั่น หรือผงไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่หนังศีรษะได้เพียงพอ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
ควรพบแพทย์หากมี
- หนังศีรษะเป็นขุยเป็นหย่อม
- ผมร่วงเป็นหย่อม
- จุดดำจากเส้นผมหัก
- บวมแดง
- มีหนอง
- เด็กมีผื่นและผมร่วงบริเวณหนังศีรษะ
ไม่ควรซื้อยาทากลากมาทาแล้วรอดูเองเป็นเวลานาน
กลากในเด็กควรรักษาเหมือนผู้ใหญ่หรือไม่?
กลากสามารถเกิดในเด็กได้ แต่การเลือกยา ความแรง และตำแหน่งที่ใช้ควรพิจารณาตามอายุและลักษณะของผื่น
AAD ระบุว่ายาฆ่าเชื้อราภายนอกหลายชนิดสามารถใช้ในเด็กได้ แต่ถ้าเกิดบริเวณ หนังศีรษะ ต้องได้รับการรักษาด้วยยารับประทานตามแพทย์สั่ง (American Academy of Dermatology)
หากเด็กมีผื่นลามเร็ว ผื่นบนใบหน้า หนังศีรษะ มีหนอง หรือไม่แน่ใจว่าเป็นกลาก ควรประเมินก่อนเลือกยา
วิธีป้องกันกลากกลับมาเป็นซ้ำ
การรักษาเชื้ออย่างเดียวแต่ยังใช้ชีวิตในสภาพเดิม อาจทำให้กลับมาติดใหม่ได้
ควร
- รักษาผิวให้สะอาดและแห้ง
- เปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีเหงื่อ
- ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
- ซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนสม่ำเสมอ
- ล้างมือหลังสัมผัสผื่น
- หลีกเลี่ยงการเกา
- หากมีเชื้อราหลายตำแหน่ง ควรรักษาพร้อมกันตามคำแนะนำ
- ประเมินสัตว์เลี้ยงหากสงสัยว่ามีเชื้อรา
AAD เน้นว่าการรักษา ringworm ทุกตำแหน่งพร้อมกันและใช้ยาครบระยะช่วยลดการแพร่กระจายและการกลับเป็นซ้ำ (American Academy of Dermatology)

เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรได้รับการประเมินหาก
- ผื่นลามเร็วหรือกินพื้นที่กว้าง
- มีหลายตำแหน่งทั่วร่างกาย
- ผื่นอยู่ที่หนังศีรษะ
- เล็บผิดปกติร่วมด้วย
- มีหนอง บวม หรือปวด
- มีไข้
- เป็นซ้ำบ่อย
- ใช้ยาฆ่าเชื้อราตามคำแนะนำแล้วไม่ดีขึ้น
- เป็นเด็กเล็ก
- มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง
- ไม่แน่ใจว่าเป็นกลากจริงหรือไม่
AAD ระบุว่ากลากที่ลามกว้าง รวมถึงเชื้อราที่หนังศีรษะ เล็บ มือ หรือบริเวณที่รักษายาก อาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานหรือการรักษาตามใบสั่งยา (American Academy of Dermatology)
FAQ
กลากเกิดจากอะไร?
เกิดจาก เชื้อรา ไม่ใช่หนอนหรือพยาธิ เชื้อสามารถติดผิวหนัง เส้นผม และเล็บได้ (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
กลากต้องเป็นวงทุกครั้งไหม?
ไม่เสมอไป บนผิวหนังทั่วไปมักมีลักษณะคล้ายวง แต่กลากบริเวณเท้า มือ หนังศีรษะ ขาหนีบ หรือเล็บอาจไม่เห็นเป็นวงชัด (American Academy of Dermatology)
กลากคันไหม?
คันเป็นอาการที่พบได้บ่อย และบางรายคันมาก แต่ความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน (American Academy of Dermatology)
กลากใช้ยาทากี่วัน?
ขึ้นกับตัวยาและผลิตภัณฑ์ โดยการติดเชื้อราที่ผิวหนังหลายชนิดมักใช้ยาภายนอกประมาณ 2–4 สัปดาห์ แต่ต้องปฏิบัติตามฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์/เภสัชกร (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
กลากใช้ครีมสเตียรอยด์ได้ไหม?
ไม่ควรใช้ steroid cream เองกับผื่นที่เป็นหรือสงสัยกลาก เพราะอาจทำให้เชื้อรารุนแรงขึ้นและเปลี่ยนลักษณะผื่นจนวินิจฉัยยาก (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
Summary
กลากเป็นโรคติดเชื้อราที่ผิวหนัง ไม่ได้เกิดจากพยาธิ
ลักษณะที่ควรนึกถึงคือ
ผื่นคัน + เป็นวงหรือคล้ายวง + ขอบแดง/นูน/มีขุย + ตรงกลางจางกว่า + ค่อย ๆ ขยาย
แต่ผื่นเป็นวงไม่ได้หมายความว่าเป็นกลากทุกครั้ง เพราะโรคผิวหนังหลายชนิดสามารถมีลักษณะคล้ายกันได้
หากเป็นกลากบนผิวหนังทั่วไป การรักษาหลักมักเป็น ยาฆ่าเชื้อราภายนอก เช่น clotrimazole, miconazole หรือ terbinafine ตามความเหมาะสม โดยต้องใช้ให้ครบตามระยะของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรหยุดทันทีเมื่อคันหาย (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
และควรหลีกเลี่ยงการใช้ ครีมสเตียรอยด์กับผื่นที่สงสัยเชื้อราโดยไม่ประเมิน เพราะอาจทำให้กลากลุกลามหรือรูปร่างผื่นเปลี่ยนไป
ถ้าผื่นลามมาก อยู่บนหนังศีรษะ มีหนอง เป็นซ้ำ หรือทายาถูกต้องแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินเพื่อยืนยันว่าเป็นเชื้อราจริงและเลือกการรักษาให้เหมาะสม

หมายเหตุสำคัญ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถวินิจฉัยโรคผิวหนังจากลักษณะผื่นเพียงอย่างเดียวได้ ผื่นเชื้อราสามารถคล้าย eczema, psoriasis และโรคผิวหนังอื่น หากไม่แน่ใจ ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือลุกลาม ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนเลือกยา
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com
References
- CDC. Ringworm Basics. ข้อมูลสาเหตุ ลักษณะผื่น และตำแหน่งต่าง ๆ ของ tinea อัปเดต มกราคม 2026 (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
- CDC. Symptoms of Ringworm. ข้อมูลผื่นเป็นวง คัน ขอบนูน และระยะที่อาการอาจเริ่มหลังสัมผัสเชื้อ อัปเดต กุมภาพันธ์ 2026 (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
- CDC. Treatment of Ringworm. ข้อมูลยาฆ่าเชื้อราภายนอก ระยะเวลาใช้ และคำเตือนไม่ให้ใช้ steroid cream กับ ringworm อัปเดต กุมภาพันธ์ 2026 (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค)
- American Academy of Dermatology. Ringworm: Signs and symptoms. ลักษณะขอบผื่น ขุย สีผื่นในสีผิวที่แตกต่างกัน และอาการตามตำแหน่ง (American Academy of Dermatology)
- American Academy of Dermatology. Ringworm: Diagnosis and treatment. การตรวจ skin scraping และแนวทางรักษาตามตำแหน่ง (American Academy of Dermatology)






