ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม

ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยงกี่วัน? ตรวจเร็วเกินไปผลเชื่อถือได้ไหม

หลังเสี่ยงซิฟิลิสควรตรวจเมื่อไร? เข้าใจ window period ของการตรวจเลือด Treponemal และ RPR/VDRL เหตุผลที่ตรวจเร็วเกินไปอาจยังเป็นลบ และเมื่อไรควรตรวจซ้ำให้มั่นใจมากขึ้น


หลังมีเพศสัมพันธ์ที่กังวล บางคนอยากตรวจทันทีในวันรุ่งขึ้น

ความรู้สึกนั้นเข้าใจได้ เพราะสิ่งที่อยากรู้ที่สุดคือ

ติดหรือไม่ติด?”

แต่ปัญหาของซิฟิลิสคือ

แม้เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายแล้ว ผลตรวจเลือดก็อาจยังไม่เป็นบวกทันที

ช่วงเวลานี้เรียกว่า Window Period

WHO ระบุว่า RPR และ VDRL ซึ่งเป็นการตรวจแบบ non-treponemal มักเริ่มเป็นบวกประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ หรือประมาณ 1–4 สัปดาห์หลังเริ่มมีแผลระยะแรก ขณะที่การตรวจ treponemal บางชนิดสามารถเป็นบวกได้เร็วกว่านั้นเล็กน้อย (IRIS)

ดังนั้นถ้าคุณเพิ่งมีความเสี่ยงมาไม่กี่วันแล้วตรวจได้ผลลบ

ผลนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีซิฟิลิส


ซิฟิลิสคืออะไร และทำไมต้องรอจึงตรวจเจอ?

ซิฟิลิสเกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum

หลังเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะใช้เวลาช่วงหนึ่งก่อนเกิดอาการหรือก่อนที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีในระดับที่ตรวจพบจากเลือดได้

BASHH ระบุว่า ระยะฟักตัวของซิฟิลิสระยะแรกโดยทั่วไปประมาณ 21 วัน แต่สามารถอยู่ในช่วงประมาณ 9–90 วัน ได้ (Bashh)

ในช่วงนี้คนหนึ่งอาจ

ติดเชื้อแล้ว ยังไม่มีแผล ผลเลือดยังลบ

ได้

นี่คือเหตุผลว่า

ตรวจไม่เจอ” กับ “ไม่มีเชื้อ” ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน หากตรวจเร็วเกินไป


หลังเสี่ยงกี่วันถึงเริ่มตรวจซิฟิลิสได้?

ไม่มีวันที่เดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับชนิดของการตรวจและจังหวะการสร้างแอนติบอดี

แต่เพื่อให้เข้าใจง่าย สามารถมองเป็นช่วงได้ดังนี้

ช่วง 1–2 สัปดาห์หลังเสี่ยง

ถือว่ายังค่อนข้างเร็วสำหรับการตรวจเลือดซิฟิลิส ผลลบยังมีโอกาสเกิดจาก window period ได้สูง

ประมาณ 3–6 สัปดาห์

เริ่มมีโอกาสตรวจพบมากขึ้น โดยเฉพาะ treponemal tests บางชนิด แต่ผลลบยังอาจต้องตรวจซ้ำหากความเสี่ยงสูง

ประมาณ 6 สัปดาห์ขึ้นไป

การตรวจเลือดมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะ non-treponemal tests เช่น RPR/VDRL มักเริ่มเป็นบวกภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ (IRIS)

ประมาณ 12 สัปดาห์หลังสัมผัสครั้งล่าสุด

เป็นช่วงที่แนวทาง BASHH ใช้สำหรับการ re-screen ในผู้สัมผัส early syphilis ที่ไม่มีอาการ และใช้เป็นจุด follow-up ในหลายบริบทของ sexual exposure (Bashh)

ดังนั้นหากถามแบบใช้งานจริงว่า

ตรวจเมื่อไรถึงมั่นใจมากขึ้น?”

คำตอบคือ อย่าพึ่งผลลบจากการตรวจเร็วมาก และหากความเสี่ยงมีนัยสำคัญ การตรวจซ้ำที่ประมาณ 12 สัปดาห์หลังความเสี่ยงครั้งล่าสุดมีบทบาทสำคัญ


ตรวจหลังเสี่ยง 7 วัน เชื่อถือได้ไหม?

ยังเร็วเกินไปสำหรับการใช้ผลลบเพื่อยืนยันว่าไม่ติด

เพราะในช่วงประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังได้รับเชื้อ ร่างกายอาจยังสร้างแอนติบอดีไม่มากพอให้การตรวจเลือดตรวจพบ

ดังนั้นหากตรวจวันที่ 7 แล้วได้

ยังไม่พบหลักฐานจากการตรวจครั้งนี้”

ไม่ใช่

ยืนยันว่าไม่มีซิฟิลิส”

โดยเฉพาะหากคู่นอนเป็นผู้ติดเชื้อซิฟิลิสที่ได้รับการยืนยัน หรือเป็น exposure ที่มีความเสี่ยงสูง ควรได้รับคำแนะนำทางการแพทย์มากกว่ารอผลตรวจด้วยตัวเอง เพราะแนวทางอาจพิจารณาการรักษาผู้สัมผัสบางกลุ่มแม้ผลเลือดยังลบอยู่ในช่วง window period (Bashh)


ตรวจหลังเสี่ยง 14 วันล่ะ?

เริ่มมีโอกาสพบได้ในบางคน แต่ยังเร็วสำหรับการตัดโรคออก

Treponemal tests บางชนิดสามารถเป็นบวกก่อน RPR/VDRL ได้ แต่ WHO ระบุว่า RPR/VDRL โดยทั่วไปจะเริ่มเป็นบวกราว 4–6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ (IRIS)

ดังนั้นผลลบที่ 2 สัปดาห์ควรถือเป็น ผลเบื้องต้น

หากมีความเสี่ยงจริง ควรวางแผนตรวจซ้ำในช่วงที่เหมาะสม


ตรวจหลังเสี่ยง 1 เดือน เชื่อถือได้แค่ไหน?

ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ ความน่าเชื่อถือเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสัปดาห์แรก

บางคนที่ติดเชื้อจะเริ่มตรวจเลือดพบแล้ว

แต่ยังไม่ใช่จุดที่ควรกล่าวว่า

ผลลบ 1 เดือน = ปิดเคส 100%”

เพราะ seroconversion ของแต่ละคนไม่เกิดพร้อมกัน และ WHO ระบุว่า non-treponemal tests อาจใช้เวลาถึงประมาณ 4–6 สัปดาห์จึงเป็นบวก (IRIS)

ดังนั้นผลลบที่ 1 เดือนเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์

แต่หากมี exposure ที่มีความเสี่ยง ควรมีการตรวจซ้ำเพื่อความมั่นใจมากขึ้น


แล้ว 6 สัปดาห์ล่ะ?

ช่วงประมาณ 6 สัปดาห์ ถือว่าเป็นจุดที่การตรวจเลือดมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นมาก

เพราะอยู่ปลายช่วงที่ WHO ระบุว่า RPR/VDRL มักเริ่มเป็นบวกหลังติดเชื้อ (IRIS)

อย่างไรก็ตาม แนวทางการติดตามผู้สัมผัสบางกลุ่มยังคงใช้การตรวจซ้ำถึงประมาณ 12 สัปดาห์หลัง exposure ล่าสุด

จึงไม่ควรตั้งกฎว่า

ครบ 6 สัปดาห์แล้วไม่ต้องตรวจอีกทุกกรณี”

การตัดสินใจควรดูด้วยว่า

  • exposure มีความเสี่ยงแค่ไหน
  • คู่นอนตรวจพบซิฟิลิสหรือไม่
  • มีอาการหรือไม่
  • มี exposure ใหม่หลังจากนั้นหรือไม่
  • มีการใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดในช่วงดังกล่าวหรือไม่


ทำไมมักพูดถึง 12 สัปดาห์?

เพราะเป็นช่วงที่ครอบคลุม window period ได้มากขึ้น และถูกใช้ในแนวทางติดตามหลัง sexual exposure บางสถานการณ์

BASHH 2024 ระบุว่า ผู้ที่เป็น sexual contact ของผู้ป่วย early syphilis แต่ไม่มีอาการ ควรได้รับการรักษาตามความเสี่ยงหรือ ตรวจซ้ำ 12 สัปดาห์หลัง exposure ครั้งล่าสุด (Bashh)

แนวทาง PEPSE ของ BASHH ก็ใช้ syphilis testing ที่ 12 สัปดาห์ เป็น follow-up หลัง sexual exposure (Bashh)

ดังนั้นสำหรับคนทั่วไปที่ถามว่า

ถ้าผลก่อนหน้านี้ลบ แล้วตรวจเมื่อไรเพื่อยืนยันอีกครั้ง?” การตรวจที่ประมาณ 12 สัปดาห์นับจากความเสี่ยงครั้งล่าสุด เป็นจุด


ตรวจซิฟิลิสมีกี่แบบ?

การตรวจเลือดซิฟิลิสโดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่

Treponemal tests

เป็นการตรวจแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อ Treponema pallidum

ตัวอย่างเช่น

  • TPPA
  • TPHA
  • EIA
  • CLIA
  • rapid treponemal tests บางชนิด

BASHH แนะนำ EIA/CLIA ที่ตรวจได้ทั้ง IgM และ IgG เป็นหนึ่งในวิธี screening ที่เหมาะสม (Bashh)

จุดสำคัญคือ หลังเคยติดซิฟิลิสและได้รับการรักษาแล้ว treponemal test สามารถคงเป็นบวกไปอีกนานหรืออาจตลอดชีวิต

จึงไม่ได้ใช้เพียงอย่างเดียวเพื่อติดตามว่ารักษาหายหรือไม่

Non-treponemal tests

เช่น

  • RPR
  • VDRL

ใช้ร่วมในการวินิจฉัยและมีประโยชน์มากในการติดตามการตอบสนองต่อการรักษา

WHO ระบุว่า RPR/VDRL มักเป็นบวกประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังการติดเชื้อ (IRIS)


ตรวจแบบ Rapid Test เร็วกว่าตรวจเลือดทั่วไปไหม?

คำว่า “Rapid” หมายถึงรู้ผลเร็ว

ไม่ได้หมายความว่า

ตรวจเจอเชื้อได้เร็วหลังเสี่ยง”

นี่เป็นเรื่องที่คนสับสนกันมาก

Rapid syphilis tests หลายชนิดเป็น treponemal antibody tests ซึ่งสามารถรู้ผลได้ภายในเวลาสั้น ๆ แต่ยังต้องรอให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีถึงระดับที่ตรวจพบได้

WHO ระบุว่ามี rapid tests ที่สามารถให้ผลภายในไม่กี่นาทีและช่วยให้เริ่มรักษาได้เร็วเมื่อพบผลบวก แต่กระบวนการวินิจฉัยยังต้องพิจารณาร่วมกับประวัติ อาการ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (องค์การอนามัยโลก)

ดังนั้น

Rapid = รอผลไม่นาน
ไม่ใช่ = ไม่มี Window Period


ถ้ามีแผลแล้วตรวจเลือดลบ ยังเป็นซิฟิลิสได้ไหม?

ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นแผลระยะแรกมาก

BASHH ระบุว่า primary syphilis มักเกิดหลังได้รับเชื้อโดยมี incubation เฉลี่ยประมาณ 21 วัน และผล serology ในช่วงแรกอาจยังเป็นลบได้ (Bashh)

หากมีแผลที่สงสัยซิฟิลิสและผลเลือดลบ ไม่ควรใช้ผลนั้นตัดโรคทันที

ในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม สามารถใช้ PCR จากรอยโรค หรือวิธี direct detection เพื่อค้นหา T. pallidum ได้ และ BASHH แนะนำว่าหากแผลที่สงสัยให้ผล direct test เป็นลบ ควรตรวจ serology ซ้ำหลังประมาณ 2 สัปดาห์ (Bashh)

นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างว่า

แผลเข้ากับซิฟิลิส + เลือดยังลบ

สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในระยะแรก


แผลซิฟิลิสหน้าตาเป็นอย่างไร?

แผลระยะแรก หรือ chancre แบบคลาสสิกมักมีลักษณะ

  • เป็นแผลเดี่ยว
  • ขอบค่อนข้างชัด
  • ฐานแข็ง
  • มักไม่เจ็บ
  • มักไม่มีหนอง

แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคน

BASHH ระบุว่าแผลสามารถมีได้หลายลักษณะ ทั้งหลายแผล เจ็บ มีหนอง หรือเกิดนอกบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ในช่องปากได้ (Bashh)

ดังนั้น

ไม่มีแผลไม่เจ็บ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีซิฟิลิส

และ

แผลเจ็บก็ไม่ได้ตัดซิฟิลิสออก


ไม่มีแผล ไม่มีผื่น ยังติดซิฟิลิสได้ไหม?

ได้

WHO ระบุว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่มีอาการหรือไม่สังเกตเห็นอาการ (องค์การอนามัยโลก)

แผลอาจอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น เช่น

  • ภายในช่องคลอด
  • ทวารหนัก
  • ช่องปาก
  • บริเวณที่สังเกตยาก

หรือแผลอาจหายไปเองโดยที่ยังไม่ได้รักษาเชื้อ

เมื่อเข้าสู่ latent syphilis ผู้ติดเชื้ออาจไม่มีอาการอยู่เป็นเวลานาน

ดังนั้นไม่ควรรอว่า

ถ้ามีอาการเมื่อไรค่อยตรวจ”

หากมี exposure ที่เสี่ยง


ถ้าคู่นอนตรวจพบซิฟิลิส ต้องรอ 12 สัปดาห์ก่อนทำอะไรไหม?

ไม่ควรรอเอง

กรณีเป็น sexual contact ของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย early syphilis มีความแตกต่างจากคนที่เพียงกังวลจาก exposure ทั่วไป

BASHH รายงานว่าใน sexual partners ที่สามารถติดตามได้ของผู้ป่วย early syphilis พบการติดเชื้อร่วมประมาณ 46–60% และแนวทางแนะนำให้ผู้สัมผัสที่อยู่ใน window period ได้รับการพิจารณา epidemiological treatment แม้ยังไม่มีอาการหรือ serology ยังไม่เป็นบวก (Bashh)

ดังนั้นถ้าคู่นอนบอกว่า

ฉันตรวจเจอซิฟิลิส”

อย่ารอผลตรวจเองถึง 3 เดือนก่อนค่อยไปพบแพทย์

ควรเข้ารับการประเมินตั้งแต่ตอนนั้น


ถ้าเคยเป็นซิฟิลิสมาก่อน Rapid Test จะยังขึ้นไหม?

เป็นไปได้มาก

Treponemal tests มักคงเป็นบวกหลังเคยติดเชื้อ แม้รักษาสำเร็จแล้ว

WHO ระบุว่าประมาณ 85% ของผู้ที่ treponemal test เคยเป็นบวกจะยังคงมีผลบวกในภายหลัง แม้ได้รับการรักษาสำเร็จ (IRIS)

BASHH ก็ระบุว่า specific treponemal tests มักคงเป็นบวกตลอดชีวิตหลังได้รับการรักษา (Bashh)

ดังนั้นคนที่เคยรักษาซิฟิลิสแล้ว หากตรวจ rapid treponemal test แล้วขึ้นบวก

ไม่ได้หมายความว่า

ติดใหม่แน่นอน”

ต้องดูประวัติเดิมและ RPR titre เปรียบเทียบร่วมด้วย


ถ้าเคยเป็นซิฟิลิส จะตรวจการติดซ้ำอย่างไร?

การประเมินการติดซ้ำไม่ควรใช้ treponemal test เพียงอย่างเดียว

เพราะผลอาจยังบวกจากการติดครั้งเก่า

แพทย์จะพิจารณาร่วมกับ

  • ประวัติ exposure ใหม่
  • อาการ
  • ผล RPR/VDRL
  • ค่า titre เดิม
  • การเปลี่ยนแปลงของ titre

BASHH ระบุว่า RPR titre เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 เท่าเมื่อเทียบกับผลเดิม สามารถบ่งชี้ recent infection หรือ reinfection ได้ (Bashh)

ดังนั้นคนที่มีประวัติซิฟิลิสมาก่อนควรเก็บผลตรวจและประวัติการรักษาไว้ เพราะมีประโยชน์มากในการตีความครั้งต่อไป


หลังเสี่ยงควรตรวจ HIV และ STI อื่นพร้อมกันไหม?

โดยทั่วไปควรประเมินตามพฤติกรรมและความเสี่ยง

เพราะ exposure ที่ทำให้เสี่ยงซิฟิลิสสามารถเป็น exposure เดียวกับที่เสี่ยง

  • HIV
  • หนองใน
  • Chlamydia
  • Hepatitis B
  • STI อื่น

อย่างไรก็ตาม Window Period ของแต่ละโรคไม่เท่ากัน

เช่น HIV 4th-generation laboratory test มี window period ที่ต่างจาก syphilis serology และ gonorrhoea/Chlamydia ก็ใช้การตรวจคนละชนิด

ดังนั้นไม่ควรใช้หลักว่า

รอ 3 เดือนแล้วตรวจทุกอย่างครั้งเดียวจบ”

ในทุกสถานการณ์

บางโรคสามารถตรวจและรักษาได้เร็วกว่านั้นมาก


โปรแกรมตรวจแบบเข้าใจง่ายหลังเสี่ยง

หากเป็น exposure ทั่วไปและไม่มีอาการ การวางแผนแบบง่าย ๆ อาจเป็น

เพิ่งเสี่ยงมาไม่กี่วัน

สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจ baseline ได้ โดยเข้าใจว่าผลลบของ syphilis ยังไม่ตัดการติดเชื้อครั้งล่าสุด

ประมาณ 4–6 สัปดาห์

ตรวจซิฟิลิสได้ และมีโอกาสตรวจพบการติดเชื้อได้มากขึ้นอย่างชัดเจน (IRIS)

ประมาณ 12 สัปดาห์หลัง exposure ครั้งล่าสุด

หากผลก่อนหน้าลบและยังต้องการตัดการติดเชื้อจาก exposure ดังกล่าว การตรวจซ้ำช่วงนี้มีบทบาทสำคัญตามแนวทางติดตาม sexual contacts/exposures ของ BASHH (Bashh)

แต่ถ้า

มีแผล / ผื่น / อาการผิดปกติ / คู่นอนตรวจพบซิฟิลิส

ไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดเหล่านี้ก่อนพบแพทย์


FAQ

ตรวจซิฟิลิสหลังเสี่ยง 7 วันได้ไหม?

ตรวจได้ในฐานะ baseline แต่ ผลลบยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่าไม่ติด เพราะแอนติบอดีอาจยังไม่ขึ้น


ตรวจซิฟิลิส 1 เดือนเชื่อถือได้ไหม?

มีความน่าเชื่อถือมากกว่าสัปดาห์แรก และหลายรายที่ติดเชื้ออาจตรวจพบแล้ว แต่ยังอยู่ใกล้ช่วง seroconversion ของบางการตรวจ จึงอาจต้องตรวจซ้ำหากความเสี่ยงสูง (IRIS)


ตรวจซิฟิลิส 6 สัปดาห์พอไหม?

ช่วง 6 สัปดาห์มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นมาก แต่การติดตามในบาง exposure ยังใช้การตรวจซ้ำที่ประมาณ 12 สัปดาห์หลังความเสี่ยงครั้งล่าสุด (Bashh)


ตรวจซิฟิลิสกี่เดือนถึงมั่นใจ?

สำหรับ sexual contact/exposure ที่ต้องการ re-screen แนวทาง BASHH ใช้ 12 สัปดาห์หลัง exposure ครั้งล่าสุด เป็นจุดสำคัญในการตรวจซ้ำ (Bashh)


มีแผลแต่ตรวจซิฟิลิสลบ แปลว่าไม่ใช่ไหม?

ไม่เสมอไป ใน primary syphilis ระยะแรก serology อาจยังลบได้ หากรอยโรคสงสัยควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม และ BASHH แนะนำตรวจ serology ซ้ำเมื่อ direct testing จากแผลไม่ยืนยันแต่ยังสงสัยโรค (Bashh)


Summary

หลังมีความเสี่ยงซิฟิลิส สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ

ผลตรวจเลือดไม่ได้เป็นบวกทันทีหลังได้รับเชื้อ

WHO ระบุว่า RPR/VDRL มักเริ่มเป็นบวกประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ขณะที่ treponemal tests บางชนิดอาจเป็นบวกได้เร็วกว่านั้น (IRIS)

ดังนั้น

7–14 วัน: ผลลบยังเร็วเกินไป
ประมาณ 4–6 สัปดาห์: ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นมาก
ประมาณ 12 สัปดาห์หลัง exposure ครั้งล่าสุด: เป็นจุดตรวจซ้ำสำคัญในหลายแนวทาง

BASHH แนะนำให้ sexual contacts ของผู้ป่วย early syphilis ที่ไม่มีอาการได้รับการรักษาตามความเสี่ยงหรือ re-screen ที่ 12 สัปดาห์หลัง exposure ล่าสุด (Bashh)

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ

อย่ารอครบ 3 เดือนหากมีอาการ

ถ้ามีแผลบริเวณอวัยวะเพศ ช่องปาก หรือทวาร ผื่นผิดปกติ หรือคู่นอนยืนยันว่าติดซิฟิลิส ควรเข้ารับการประเมินทันที เพราะ primary syphilis ในช่วงแรกสามารถมี ผลเลือดยังเป็นลบ ได้ (Bashh)

ดังนั้นผลตรวจซิฟิลิสจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ต้องอ่านควบคู่กับ

วันที่เสี่ยง + ชนิดการตรวจ + อาการ + ประวัติคู่นอน

ไม่ควรดูคำว่า “Negative” เพียงคำเดียวแล้วจบ


หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจซิฟิลิสอาจแตกต่างตาม ชนิดการตรวจ ความเสี่ยง อาการ ประวัติเคยเป็นซิฟิลิส และสถานะของคู่นอน

หากคู่นอนได้รับการยืนยันว่าเป็น early syphilis, มีแผลหรือผื่นสงสัยซิฟิลิส หรือกำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรรอให้พ้น Window Period ก่อนเข้ารับการประเมิน เพราะบางสถานการณ์อาจต้องพิจารณาการรักษาก่อนผลเลือดเป็นบวก



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com



References

  • World Health Organization. Syphilis Fact Sheet. ข้อมูลการวินิจฉัย การติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และการใช้ blood/rapid tests ในการตรวจซิฟิลิส (องค์การอนามัยโลก)
  • World Health Organization. WHO guideline on syphilis screening and treatment. ระบุว่า RPR/VDRL มักเป็นบวกภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ และ treponemal tests อาจเป็นบวกได้เร็วกกว่า (IRIS)
  • British Association for Sexual Health and HIV. UK Guidelines for the Management of Syphilis 2024. ข้อมูลระยะฟักตัว 9–90 วัน การตรวจ EIA/CLIA, RPR การตรวจจากรอยโรค และการตรวจซ้ำใน early disease (Bashh)
  • BASHH. Syphilis 2024 — Management of Sexual Partners. แนะนำ epidemiological treatment หรือ re-screening 12 สัปดาห์หลัง exposure ล่าสุดสำหรับ sexual contacts ของ early syphilis (Bashh)
  • BASHH. PEPSE Guidelines — Baseline and Follow-up Testing. ใช้ syphilis follow-up testing ที่ประมาณ 12 สัปดาห์หลัง sexual exposure (Bashh)

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี