Terbinafine vs Clotrimazole รักษากลากต่างกันอย่างไร? ตัวไหนออกฤทธิ์เร็วกว่า

Terbinafine vs Clotrimazole รักษากลากต่างกันอย่างไร? ตัวไหนออกฤทธิ์เร็วกว่า

Terbinafine และ Clotrimazole ใช้รักษากลากผิวหนังได้ทั้งคู่ แต่กลไกและระยะเวลาการรักษาต่างกัน Terbinafine มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ Dermatophyte โดยตรงและมักใช้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่ Clotrimazole ยับยั้งการเจริญของเชื้อราและมักต้องทาต่อเนื่องประมาณ 2–4 สัปดาห์หรือมากกว่าตามผลิตภัณฑ์ สำหรับกลากจาก Dermatophyte หลายกรณี Terbinafine จึงมีแนวโน้มกำจัดเชื้อได้เร็วกว่า แต่ Clotrimazole มีข้อดีเมื่อสงสัยเชื้อราในกลุ่ม Candida หรือผื่นเชื้อราบางชนิดที่ไม่ใช่กลากแท้


Terbinafine กับ Clotrimazole ต่างกันอย่างไร?

ยาทั้งสองเป็นยาฆ่าเชื้อราที่ใช้กับผิวหนัง แต่เป็นคนละกลุ่มและออกฤทธิ์ต่างกัน

Terbinafine เป็นยาในกลุ่ม Allylamine ยับยั้งเอนไซม์ squalene epoxidase ทำให้เชื้อราไม่สามารถสร้าง ergosterol ได้ตามปกติ และเกิดการสะสมของ squalene ภายในเซลล์ สำหรับเชื้อ Dermatophyte หลายชนิด Terbinafine มีฤทธิ์แบบ Fungicidal หรือช่วยฆ่าเชื้อโดยตรง.

Clotrimazole เป็นยาในกลุ่ม Azole ออกฤทธิ์รบกวนการสร้าง ergosterol ของเยื่อหุ้มเซลล์เชื้อราเช่นกัน แต่โดยทั่วไปมีลักษณะยับยั้งการเจริญของเชื้อ และมีขอบเขตการใช้ครอบคลุมทั้ง Dermatophyte และ Candida.


ถ้าเป็น “กลาก” จริง ตัวไหนเหมาะกว่า?

ถ้าเป็น Tinea corporis หรือกลากผิวหนังที่เกิดจาก Dermatophyte ยาทั้ง Terbinafine และ Clotrimazole สามารถใช้ได้

CDC ระบุว่ายาทาฆ่าเชื้อราที่ใช้กับ Ringworm บนผิวหนังมีหลายชนิด รวมถึง

  • Terbinafine
  • Clotrimazole
  • Miconazole
  • Ketoconazole

การเลือกยาควรพิจารณาตำแหน่ง ขนาดรอยโรค ชนิดเชื้อ และประวัติการรักษาเดิม.

สำหรับผื่นกลากที่เป็นวงแดง ขอบนูน มีขุย และมีลักษณะเข้ากับ Dermatophyte ชัดเจน Terbinafine มักเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะใช้ระยะสั้นกว่า


Terbinafine ออกฤทธิ์เร็วกว่า Clotrimazole จริงไหม?

ในเชื้อ Dermatophyte หลายกรณี มีข้อมูลสนับสนุนว่า Terbinafine สามารถทำให้เชื้อเป็นลบได้เร็วกว่า และมักใช้ระยะเวลารักษาสั้นกว่า Clotrimazole

การศึกษาแบบ randomized double-blind ในผู้ป่วย Tinea pedis พบว่า หลังใช้ยา 1 สัปดาห์ ผู้ที่ใช้ Terbinafine 1% มีอัตรา culture negative 84.6% เทียบกับ 55.8% ในกลุ่ม Clotrimazole และผู้วิจัยสรุปว่า Terbinafine ทำให้เกิด Mycological Cure ได้เร็วกว่า.

อีกการศึกษาหนึ่งพบว่า Terbinafine 1% ใช้เพียง 1 สัปดาห์ให้ผลอย่างน้อยใกล้เคียงกับ Clotrimazole 1% ที่ใช้ 4 สัปดาห์ในการรักษา Tinea pedis.

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเปรียบเทียบโดยตรงจำนวนมากเป็นการศึกษา Tinea pedis มากกว่า Tinea corporis ดังนั้นไม่ควรตีความว่าทุกตำแหน่งและทุกชนิดเชื้อจะตอบสนองเร็วกว่าในระดับเดียวกัน


Terbinafine ต้องทานานกี่วัน?

สำหรับ Terbinafine 1% cream ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่งและผลิตภัณฑ์

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Terbinafine 1% cream ระบุว่า

  • Tinea corporis หรือกลากตามตัว: ประมาณ 1–2 สัปดาห์
  • Tinea cruris หรือสังคัง: ประมาณ 1–2 สัปดาห์
  • Tinea pedis บางรูปแบบ: ประมาณ 1 สัปดาห์

NHS ก็ระบุว่า Terbinafine cream, gel หรือ spray โดยทั่วไปใช้ประมาณ 1–2 สัปดาห์.

แม้อาการคันหรือแดงอาจดีขึ้นก่อนครบระยะ แต่ควรใช้ยาให้ครบตามฉลากหรือคำแนะนำเพื่อช่วยลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ


Clotrimazole ต้องทานานกี่วัน?

Clotrimazole มักต้องใช้ต่อเนื่องนานกว่า

NHS แนะนำ Clotrimazole cream โดยทั่วไปวันละ 2–3 ครั้ง เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดของการติดเชื้อ.

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Clotrimazole 1% บางรายการระบุให้รักษา Dermatophyte infection ต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน.

ดังนั้นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในชีวิตจริงคือ Terbinafine มักมี regimen ที่สั้นกว่า ซึ่งอาจช่วยให้ใช้ยาครบได้ง่ายขึ้น


แล้ว Clotrimazole มีข้อดีอะไร ถ้า Terbinafine เร็วกว่า?

Clotrimazole ไม่ได้ด้อยกว่าในทุกสถานการณ์

ข้อดีสำคัญคือมีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อราหลายกลุ่ม รวมถึง Candida และใช้รักษาผื่นเชื้อราหลายรูปแบบ เช่น

  • Dermatophyte infection
  • Candida ที่ผิวหนัง
  • Intertrigo ที่มีเชื้อรา
  • Pityriasis versicolor บางกรณี
  • เชื้อราบริเวณอวัยวะเพศภายนอกบางชนิด

NHS ระบุว่า Clotrimazole ใช้กับ Ringworm, Athlete’s foot, Thrush และผื่นเชื้อราบริเวณรอยพับได้.

ดังนั้นถ้าลักษณะผื่นไม่ได้ชัดเจนว่าเป็น Dermatophyte และสงสัย Candida ร่วมด้วย Clotrimazole อาจเหมาะกว่าในบางกรณี


กลากกับเชื้อรา Candida ต่างกันอย่างไร?

กลากหรือ Tinea เกิดจากเชื้อ Dermatophyte เช่น Trichophyton, Microsporum และ Epidermophyton

ลักษณะที่พบบ่อยคือ

  • ผื่นเป็นวง
  • ขอบแดงนูนหรือมีขุย
  • ขยายออกด้านนอก
  • ตรงกลางอาจดูจางกว่า
  • มีอาการคัน

ส่วน Candida มักชอบบริเวณอับชื้นหรือรอยพับ เช่น

  • ขาหนีบ
  • รักแร้
  • ใต้ราวนม
  • ซอกผิวหนัง
  • รอบอวัยวะเพศ

จึงไม่ควรเรียกผื่นเชื้อราทุกชนิดว่า “กลาก” เพราะการเลือกยาที่เหมาะสมอาจต่างกัน


Terbinafine กับ Clotrimazole ทายังไงให้ได้ผล?

หลักทั่วไปคือ

  • ล้างและเช็ดผิวให้แห้งก่อนทา
  • ทายาบาง ๆ บริเวณรอยโรค
  • ทาเลยขอบผื่นออกไปเล็กน้อย
  • ล้างมือหลังทา
  • ใช้ให้ครบระยะที่กำหนด
  • หลีกเลี่ยงการเกาหรือทำให้ผิวชื้นตลอดเวลา
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

DermNet แนะนำให้ทายาฆ่าเชื้อราเลยออกไปบริเวณรอบรอยโรคด้วย และรักษาต่อให้เพียงพอแม้ผื่นภายนอกเริ่มดูดีขึ้นแล้ว.


ทาแล้วผื่นหายเร็ว แปลว่าหยุดยาได้เลยไหม?

ไม่ควรหยุดทันทีเพียงเพราะผื่นแดงหรืออาการคันดีขึ้น

อาการภายนอกอาจดีขึ้นก่อนที่เชื้อจะถูกกำจัดหมด หากหยุดยาเร็วเกินไปอาจเกิด

  • กลากกลับมาเป็นซ้ำ
  • ผื่นขยายใหม่
  • แพร่ไปบริเวณอื่น
  • แพร่ให้คนในบ้าน

CDC และ NHS จึงแนะนำให้ใช้ยาตามระยะเวลาที่กำหนด แม้อาการจะเริ่มดีขึ้นแล้ว.


ทายาฆ่าเชื้อราผสมสเตียรอยด์ได้ไหม?

ไม่ควรใช้เองโดยไม่ทราบข้อบ่งชี้

ครีมที่มีสเตียรอยด์อาจทำให้รอยแดงและอาการคันลดลงเร็ว จนดูเหมือนว่ากลากดีขึ้น แต่สเตียรอยด์สามารถกดภูมิคุ้มกันที่ผิว ทำให้เชื้อราแพร่ต่อและลักษณะผื่นเปลี่ยนไป เรียกว่า Tinea incognito

CDC แนะนำอย่างชัดเจนให้หลีกเลี่ยงครีมสเตียรอยด์ใน Ringworm หรือผื่นที่สงสัยเชื้อรา เพราะอาจทำให้โรครุนแรงขึ้นและวินิจฉัยยากขึ้น.


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม


ทา Terbinafine หรือ Clotrimazole แล้วไม่หาย เกิดจากอะไร?

ไม่ได้หมายความว่าเชื้อดื้อยาทุกกรณี

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ผื่นไม่ได้เกิดจากเชื้อรา
  • ทายาไม่ครบระยะ
  • ทาไม่ทั่วบริเวณรอยโรค
  • มีเชื้อราที่เท้าหรือเล็บเป็นแหล่งแพร่กลับมา
  • ใช้ครีมผสมสเตียรอยด์ร่วมด้วย
  • มีสัตว์เลี้ยงหรือสมาชิกในบ้านเป็นแหล่งเชื้อ
  • รอยโรคกว้างหรือมีการติดเชื้อในรูขุมขน
  • เชื้อ Dermatophyte บางสายพันธุ์ตอบสนองต่อยาน้อยลง

ปัจจุบันมีรายงาน Dermatophyte ที่รักษายากและดื้อยามากขึ้นในหลายประเทศ เช่น Trichophyton indotineae ดังนั้นหากรอยโรคกว้าง เป็นซ้ำ หรือไม่ตอบสนองหลังใช้ยาถูกต้อง ควรตรวจยืนยันเชื้อแทนการเปลี่ยนครีมไปเรื่อย ๆ.

เมื่อไรยาทาอย่างเดียวอาจไม่พอ?

ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมหาก

  • ผื่นกระจายหลายตำแหน่ง
  • มีพื้นที่กว้าง
  • เป็นซ้ำบ่อย
  • รักษาด้วยยาทาถูกต้องแล้วไม่หาย
  • มีการติดเชื้อบริเวณหนังศีรษะ
  • เชื้อเข้าสู่รูขุมขนลึก
  • มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • เป็นเชื้อราที่เล็บร่วมด้วย
  • ลักษณะผื่นผิดปกติหรือวินิจฉัยไม่แน่ชัด

กลากหนังศีรษะโดยทั่วไปต้องใช้ยารับประทาน เพราะยาทาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษาเชื้อในเส้นผมและรากผมได้.

FAQ

Terbinafine กับ Clotrimazole ตัวไหนรักษากลากได้ดีกว่า?

ทั้งสองใช้รักษากลากได้ สำหรับ Dermatophyte หลายชนิด Terbinafine มีข้อได้เปรียบเรื่องระยะเวลารักษาที่สั้นกว่า และมีข้อมูลว่ากำจัดเชื้อได้เร็วกว่าในบางการศึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าสำหรับผื่นเชื้อราทุกชนิด.

Terbinafine ทา 7 วันพอไหม?

ผลิตภัณฑ์ Terbinafine บางสูตรใช้ 1 สัปดาห์ได้ โดยเฉพาะ Tinea pedis ขณะที่ Tinea corporis หรือ Tinea cruris มักใช้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ ควรดูเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่.

Clotrimazole ใช้รักษากลากได้ไหม?

ได้ Clotrimazole 1% เป็นยาทามาตรฐานชนิดหนึ่งสำหรับ Dermatophyte infection และยังมีฤทธิ์ต่อ Candida ด้วย.

ถ้าทา Clotrimazole มาแล้วไม่หาย เปลี่ยนเป็น Terbinafine ได้ไหม?

อาจพิจารณาได้หากยืนยันว่าเป็น Dermatophyte และใช้ Clotrimazole อย่างถูกต้องแล้ว แต่หากไม่ตอบสนองควรพิจารณาวินิจฉัยผิด การใช้ยาไม่ครบ แหล่งเชื้อซ้ำ หรือเชื้อดื้อยาร่วมด้วย ไม่ควรเปลี่ยนยาอย่างเดียวโดยไม่ประเมินสาเหตุ

กลากที่หนังศีรษะใช้ Terbinafine cream ได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่พอ กลากหนังศีรษะมักต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราแบบรับประทาน เพราะเชื้ออยู่ในเส้นผมและรูขุมขน.

สรุป

Terbinafine และ Clotrimazole รักษากลากได้ทั้งคู่ แต่มีจุดเด่นต่างกัน

  • Terbinafine เหมาะกับ Dermatophyte และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโดยตรงในเชื้อกลุ่มนี้
  • Terbinafine มักใช้ระยะสั้นกว่า ประมาณ 1–2 สัปดาห์ในกลากผิวหนังหลายตำแหน่ง
  • Clotrimazole ใช้ได้กับทั้ง Dermatophyte และ Candida
  • Clotrimazole มักต้องทาต่อเนื่องประมาณ 2–4 สัปดาห์หรือมากกว่าตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
  • สำหรับ Dermatophyte หลายกรณี Terbinafine มีแนวโน้มกำจัดเชื้อได้เร็วกว่า
  • แต่ “เร็วกว่า” ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกว่าในผื่นเชื้อราทุกชนิด
  • หากทายาถูกต้องแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรทบทวนการวินิจฉัยมากกว่าการเปลี่ยนยาซ้ำไปเรื่อย ๆ

ถ้าถามว่า “กลากจาก Dermatophyte ใช้ตัวไหนออกฤทธิ์เร็วกว่า?” โดยทั่วไปคำตอบเอนไปทาง Terbinafine

แต่ถ้าถามว่า “ผื่นเชื้อราทุกชนิดควรใช้ Terbinafine หรือไม่?” คำตอบคือไม่ เพราะบางกรณี Clotrimazole หรือยากลุ่มอื่นอาจเหมาะกว่า



บทความที่เกี่ยวข้อง



References

Centers for Disease Control and Prevention. Treatment of Ringworm.
https://www.cdc.gov/ringworm/treatment/

Centers for Disease Control and Prevention. Post-Travel Dermatologic Conditions – Tinea.
https://www.cdc.gov/yellow-book/hcp/post-travel-evaluation/post-travel-dermatologic-conditions.html

NHS. Terbinafine: How and when to take or use terbinafine.
https://www.nhs.uk/medicines/terbinafine/how-and-when-to-take-or-use-terbinafine/

NHS. Clotrimazole: Antifungal for fungal infections.
https://www.nhs.uk/medicines/clotrimazole/

DermNet. Tinea corporis.
https://dermnetnz.org/topics/tinea-corporis

Schopf R, et al. Efficacy and tolerability of terbinafine 1% topical solution used for 1 week compared with 4 weeks clotrimazole 1% topical solution in the treatment of interdigital tinea pedis. Mycoses. 1999.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10536434/

Rotta I, et al. Efficacy of topical antifungals in the treatment of dermatophytosis: a mixed-treatment comparison meta-analysis involving 14 treatments. JAMA Dermatology. 2013.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23553036/

Cochrane Review. Topical antifungal treatments for tinea cruris and tinea corporis.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25294700/



หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้กล่าวถึง Terbinafine และ Clotrimazole แบบทาสำหรับเชื้อราที่ผิวหนังเป็นหลัก ไม่ควรนำระยะเวลาการรักษาไปใช้กับเชื้อราที่หนังศีรษะ เล็บ หรือการติดเชื้อที่ลึกโดยตรง

หากผื่นเป็นวงแต่ไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อรา มีการลุกลามรวดเร็ว เป็นซ้ำบ่อย หรือเคยใช้ครีมผสมสเตียรอยด์ ควรพิจารณาตรวจ KOH หรือการตรวจเชื้อเพิ่มเติม เพราะผื่นที่ดูคล้ายกลากอาจเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นได้



เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.com

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี