กรดไหลย้อนมีอาการอย่างไร? แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ไอ และเจ็บคอเกี่ยวกันไหม
กรดไหลย้อน หรือ GERD (Gastroesophageal Reflux Disease) เกิดเมื่อสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหารบ่อยจนทำให้เกิดอาการหรือภาวะแทรกซ้อน
อาการที่พบบ่อยคือ แสบร้อนกลางอก (Heartburn), เรอเปรี้ยวหรือมีรสเปรี้ยว/ขมย้อนขึ้นคอ (Regurgitation) รวมถึงอาจมีเจ็บหรือระคายคอ ไอเรื้อรัง และเสียงแหบ
บางคนอาจไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกชัดเจนก็ได้
อาการมักสัมพันธ์กับมื้ออาหาร การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ การนอนราบหลังอาหาร หรือช่วงกลางคืน การดูแลพื้นฐานจึงเน้นการหลีกเลี่ยงการนอนหลังอาหาร 2–3 ชั่วโมง ลดอาหารที่กระตุ้นอาการ ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
ส่วนยาลดกรดหรือยาลดการหลั่งกรดควรเลือกตามความถี่และความรุนแรงของอาการ
อาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ไอ และเจ็บคอ ดูเหมือนเป็นอาการคนละระบบ แต่ในบางคนอาจเชื่อมโยงกับ กรดไหลย้อน
หลายคนเข้าใจว่า GERD ต้องมีอาการแสบร้อนกลางอกเท่านั้น แต่ในความจริงผู้ป่วยบางรายมีอาการเด่นที่คอและทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง กระแอมบ่อย เสียงแหบ หรือระคายคอ
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นกรดไหลย้อนจากอาการอย่างเดียว
สิ่งสำคัญคือดูว่าอาการสัมพันธ์กับ อาหาร การนอนราบ ช่วงกลางคืน หรือมีเรอเปรี้ยวร่วมด้วยหรือไม่
กรดไหลย้อน หรือ GERD คืออะไร?
กรดไหลย้อนเกิดจากการไหลย้อนของสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารขึ้นสู่หลอดอาหาร
การไหลย้อนเล็กน้อยสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทั่วไปเป็นครั้งคราว แต่จะเรียกว่า GERD เมื่ออาการเกิดบ่อยหรือมากพอจนรบกวนชีวิตหรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
NIDDK ระบุว่า GERD เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดเมื่อ Gastroesophageal Reflux ทำให้เกิดอาการซ้ำหรือภาวะแทรกซ้อน
อาการกรดไหลย้อนที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ Heartburn และ Regurgitation
Heartburn คืออาการแสบร้อนบริเวณกลางอกหรือหลังกระดูกหน้าอก ส่วน Regurgitation คือการมีน้ำหรืออาหารย้อนขึ้นมาบริเวณคอ ทำให้รู้สึกเปรี้ยว ขม แสบคอ หรือเหมือนอาหารย้อนขึ้นมา
บางคนอาจมีจุกแน่นหน้าอก และอาการมักมากขึ้นหลังอาหาร มื้อใหญ่ เวลานอนราบ หรือเมื่อก้มตัว
แสบร้อนกลางอกแบบกรดไหลย้อนเป็นอย่างไร?
Heartburn มักรู้สึกแสบร้อนบริเวณกลางอกหรือหลังกระดูกหน้าอก และอาจลามขึ้นมาบริเวณคอ
อาการมักเด่นหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะมื้อใหญ่ อาหารมัน หรืออาหารใกล้เวลานอน และอาจกำเริบเมื่อนอนราบหรือก้มตัว
อย่างไรก็ตาม เจ็บหน้าอกไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นกรดไหลย้อนทุกครั้ง
หากมีเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง เหงื่อแตก หอบ คลื่นไส้ หน้ามืด หรือปวดร้าวไปแขน กราม หรือหลัง ควรได้รับการประเมินฉุกเฉินเพื่อแยกโรคหัวใจ
เรอเปรี้ยวคืออะไร?
Regurgitation คือการที่น้ำหรืออาหารจากกระเพาะย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารหรือคอ
ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่ามีรสเปรี้ยวหรือขม มีน้ำย้อนขึ้นคอ แสบคอ หรือรู้สึกเหมือนอาหารย้อนขึ้นมา
อาการ Regurgitation ค่อนข้างสนับสนุน GERD มากกว่าอาการไอหรือเจ็บคอเพียงอย่างเดียว
กรดไหลย้อนทำให้ไอได้จริงไหม?
ได้
GERD สามารถสัมพันธ์กับ Chronic Cough ได้
อาการที่ทำให้นึกถึง Reflux-related Cough มากขึ้น ได้แก่ ไอหลังอาหาร ไอเมื่อนอนราบ ไอกลางคืน กระแอมบ่อย เสียงแหบ หรือมีเรอเปรี้ยวร่วมด้วย
แต่ไอเรื้อรังยังมีสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อย เช่น Asthma, Allergic Rhinitis, Postnasal Drip และยากลุ่ม ACE inhibitors
จึงไม่ควรวินิจฉัยกรดไหลย้อนจากอาการไอเพียงอย่างเดียว
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ไอเรื้อรังเกินกี่สัปดาห์ควรตรวจ? ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน หอบหืด หรือโรคปอด
กรดไหลย้อนทำให้เจ็บคอได้ไหม?
เป็นไปได้ โดยเฉพาะเมื่อการไหลย้อนขึ้นมาระคายบริเวณคอ
ผู้ป่วยอาจมีเจ็บหรือระคายคอ เสียงแหบ กระแอมบ่อย รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ ไอแห้ง หรืออาการเด่นในตอนเช้า
บางคนพบว่าอาการชัดขึ้นหลังอาหารหรือเมื่อนอนราบ
อย่างไรก็ตาม เจ็บคอจากกรดไหลย้อนอาจมีลักษณะคล้ายภูมิแพ้ Postnasal Drip หรือการใช้เสียงมาก จึงต้องดูอาการร่วม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
เจ็บคอไม่มีไข้เกิดจากอะไร? เมื่อไรอาจไม่ใช่การติดเชื้อ
ไม่มีแสบร้อนกลางอก ยังเป็น GERD ได้ไหม?
ได้
ผู้ที่เป็น GERD ไม่ได้มี Heartburn หรือ Regurgitation ทุกคน บางรายอาจมีอาการเด่นเป็น Chronic Cough, Hoarseness, คลื่นไส้ กลืนเจ็บ หรือกลืนลำบาก
ดังนั้น No Heartburn ≠ No Reflux
แต่ในทางกลับกัน หากมีเพียงไอหรือเจ็บคอโดยไม่มีอาการทางหลอดอาหารเลย ก็ควรประเมินสาเหตุอื่นร่วมด้วย เพราะอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับ GERD
กรดไหลย้อนกับ LPR เหมือนกันไหม?
Laryngopharyngeal Reflux หรือ LPR เป็นคำที่ใช้เมื่อสงสัยว่าการไหลย้อนสัมพันธ์กับอาการบริเวณคอและกล่องเสียง
อาการอาจเป็นเสียงแหบ กระแอม ไอ รู้สึกมีก้อนในคอ หรือระคายคอ
แต่การวินิจฉัย LPR อาจซับซ้อน เพราะอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะและสามารถเกิดจากภูมิแพ้ Postnasal Drip หรือโรคกล่องเสียงได้เช่นกัน
ดังนั้น ไม่ควรเริ่มยาลดกรดระยะยาวเพียงเพราะมีอาการบริเวณคอโดยยังไม่ประเมินสาเหตุอื่น
กรดไหลย้อนเกิดจากอะไร?
ปัจจัยสำคัญเกี่ยวข้องกับการทำงานของ Lower Esophageal Sphincter ซึ่งทำหน้าที่ช่วยป้องกันการไหลย้อนของสิ่งที่อยู่ในกระเพาะขึ้นสู่หลอดอาหาร
ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิด GERD ได้แก่ น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การตั้งครรภ์ การสูบบุหรี่ Hiatal Hernia ยาบางชนิด และรูปแบบการรับประทานอาหารบางอย่าง

อาหารอะไรทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้น?
อาหารกระตุ้นแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่จำเป็นต้องงดทุกอย่างพร้อมกัน
อาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการในบางคน ได้แก่ อาหารไขมันสูง อาหารทอด ช็อกโกแลต กาแฟหรือคาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด มะเขือเทศ ผลไม้รสเปรี้ยว และมิ้นต์
แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือ สังเกตว่าอะไรทำให้อาการของตนเองกำเริบ แล้วลดสิ่งนั้นเป็นรายบุคคล แทนการงดอาหารหลายชนิดโดยไม่จำเป็น
กินอาหารแล้วนอนได้เลยไหม?
หากมี GERD ไม่ควรนอนทันทีหลังอาหาร
NIDDK แนะนำให้เว้นประมาณ 3 ชั่วโมงระหว่างมื้ออาหารกับเวลาเข้านอนในผู้ที่มีอาการตอนกลางคืนหรือนอนราบ
เช่น หากเข้านอนประมาณ 23:00 น. อาจพยายามรับประทานมื้อสุดท้ายก่อนประมาณ 20:00 น.
ยกหัวเตียงช่วยได้ไหม?
อาจช่วยในผู้ที่มีอาการ Nocturnal GERD
แนวทางแนะนำการยกส่วนหัวของเตียงสำหรับผู้ที่มีอาการตอนกลางคืน และหลีกเลี่ยงอาหารก่อนเข้านอนประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ควรยกส่วนหัวของเตียงหรือช่วงลำตัวส่วนบนอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงเพิ่มหมอนหลายใบจนคอหรือลำตัวงอ
น้ำหนักตัวเกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนไหม?
เกี่ยวข้อง
ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน การลดน้ำหนักสามารถช่วยลดอาการ GERD ได้
จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยแก้ปัจจัยต้นเหตุ ไม่ใช่พึ่งยาเพียงอย่างเดียว
ยาลดกรดมีแบบไหนบ้าง?
ยาที่ใช้บรรเทาหรือรักษา GERD มีหลายกลุ่ม
Antacids ช่วย Neutralize กรดที่มีอยู่ในกระเพาะ จึงออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว เหมาะกับอาการที่เป็นไม่บ่อย แต่ผลอยู่ไม่นานและไม่ได้ลดการสร้างกรด
H2 Receptor Blockers ช่วยลดการหลั่งกรดและออกฤทธิ์ได้นานกว่า Antacids อาจใช้ในผู้ที่มีอาการเป็นครั้งคราวหรือบางสถานการณ์ตามคำแนะนำ
Proton Pump Inhibitors หรือ PPI ลดการหลั่งกรดได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และเป็นยาหลักในผู้ที่มี GERD บ่อยหรือมี Esophagitis ในหลายแนวทาง
การเลือกชนิดยาและระยะเวลาควรขึ้นกับรูปแบบและความรุนแรงของอาการ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่ทบทวนความจำเป็น
PPI ควรกินตอนไหน?
PPI หลายชนิดออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานก่อนอาหาร
แนวทาง ACG แนะนำให้รับประทาน PPI สำหรับ GERD ประมาณ 30–60 นาทีก่อนอาหาร มากกว่ารับประทานก่อนนอน
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจแตกต่างตามตัวยาและแผนการรักษา จึงควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร
กรดไหลย้อนต้องกินยาตลอดชีวิตไหม?
ไม่ใช่ทุกคน
บางคนมีอาการเป็นช่วง ๆ และควบคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรมหรือใช้ยาเป็นระยะ
ขณะที่บางรายมี Erosive Esophagitis หรือภาวะเฉพาะที่อาจต้องรักษาระยะยาว
จึงไม่ควรสรุปว่าผู้ป่วย GERD ทุกคนต้องกินยาตลอดชีวิต และไม่ควรหยุดยาที่มีข้อบ่งชี้เองโดยไม่ประเมิน
กรดไหลย้อนกับโรคหัวใจแยกอย่างไร?
เป็นประเด็นสำคัญ เพราะทั้งสองภาวะสามารถทำให้เจ็บหรือแน่นหน้าอกได้
อาการที่ต้องระวังโรคหัวใจมากขึ้น ได้แก่ แน่นหรือบีบหน้าอก อาการเกิดเวลาออกแรง ปวดร้าวไปแขน ไหล่ กราม หรือหลัง หายใจลำบาก เหงื่อแตก คลื่นไส้ หรือหน้ามืด
โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติโรคหัวใจ ไม่ควรทดลองกินยาลดกรดแล้วรอดูอาการเอง
ควรได้รับการประเมินฉุกเฉิน
กรดไหลย้อนทำให้กลืนลำบากได้ไหม?
ได้ แต่ Dysphagia ถือเป็น Alarm Symptom
กรดไหลย้อนเรื้อรังสามารถสัมพันธ์กับการอักเสบหรือการตีบของหลอดอาหารได้ แต่กลืนลำบากยังเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน
หากรู้สึกอาหารติดคอหรือหน้าอก กลืนลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ กลืนเจ็บ หรือสำลักบ่อย ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรักษาด้วยยาลดกรดเองต่อเนื่อง
ต้องส่องกล้องทุกคนไหม?
ไม่จำเป็น
ผู้ที่มีอาการ GERD แบบคลาสสิกโดยไม่มี Alarm Features อาจได้รับการประเมินและทดลองรักษาก่อนตามแนวทาง
Upper Endoscopy มักพิจารณามากขึ้นเมื่อมี กลืนลำบาก เลือดออกทางเดินอาหาร น้ำหนักลด อาเจียนต่อเนื่อง ภาวะซีด หรืออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรได้รับการประเมินหากอาการเกิดบ่อยหรือรบกวนชีวิต ต้องใช้ยาลดกรดบ่อย รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีไอและเจ็บคอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
ควรพบแพทย์เช่นกันหากมีกลืนติด กลืนลำบาก กลืนเจ็บ อาเจียนบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือมีภาวะซีด
โดยเฉพาะอาการที่ไม่ใช่แบบคลาสสิก เช่น ไอหรือเสียงแหบ ควรประเมินโรคทางจมูก ปอด และคอร่วมด้วย
อาการแบบไหนควรไปโรงพยาบาลทันที?
ควรไปโรงพยาบาลทันทีหากมี เจ็บหรือแน่นหน้าอกรุนแรง เจ็บหน้าอกร้าวแขน กราม หรือหลัง หายใจลำบาก เหงื่อแตก หน้ามืด หรือเป็นลม
รวมถึงหากมีอาเจียนเป็นเลือด อาเจียนคล้ายกากกาแฟ ถ่ายดำเหมือนยางมะตอย กลืนอาหารไม่ได้ หรือมีอาการเจ็บท้องหรือหน้าอกรุนแรงผิดปกติ
อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่ GERD ธรรมดาและควรได้รับการประเมินโดยเร็ว
FAQ
กรดไหลย้อนมีอาการอะไรบ้าง?
อาการเด่นคือแสบร้อนกลางอกและเรอเปรี้ยว แต่บางรายอาจมีไอเรื้อรัง เสียงแหบ คลื่นไส้ กลืนเจ็บ หรือกลืนลำบากได้
ไม่มีแสบร้อนกลางอก เป็นกรดไหลย้อนได้ไหม?
ได้ ผู้ป่วย GERD บางคนไม่มี Heartburn และอาจมีอาการอื่นเด่นแทน
กรดไหลย้อนทำให้ไอได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะไอเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหารหรือนอนราบ แต่ควรแยก Asthma และ Postnasal Drip ด้วย
กรดไหลย้อนทำให้เจ็บคอได้ไหม?
สัมพันธ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแหบ กระแอม หรืออาการหลังอาหารร่วม แต่เจ็บคอยังมีสาเหตุอื่นได้อีกมาก
กินอาหารก่อนนอนได้ไหม?
หากมี GERD ควรหลีกเลี่ยงอาหารก่อนเข้านอนประมาณ 2–3 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีอาการกลางคืนอาจเว้นประมาณ 3 ชั่วโมง
กาแฟทำให้กรดไหลย้อนหรือไม่?
บางคนมีอาการกำเริบจากกาแฟหรือคาเฟอีน แต่ไม่จำเป็นต้องงดทุกคน ควรดูความสัมพันธ์กับอาการของแต่ละคน
ยาลดกรดกับ PPI เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน Antacid ช่วย Neutralize กรดที่มีอยู่ ส่วน PPI ช่วยลดการสร้างกรดและมีฤทธิ์ยาวกว่า
PPI กินก่อนหรือหลังอาหาร?
PPI หลายชนิดควรรับประทานประมาณ 30–60 นาทีก่อนอาหารเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของยาแต่ละชนิด
เจ็บหน้าอกจากกรดไหลย้อนแยกจากหัวใจอย่างไร?
แยกจากอาการอย่างเดียวไม่ได้เสมอ หากเจ็บแน่นรุนแรง ร้าวแขนหรือกราม หอบ เหงื่อแตก หรือหน้ามืด ควรไปโรงพยาบาลเพื่อแยกโรคหัวใจก่อน
สรุป
กรดไหลย้อน หรือ GERD ไม่ได้ทำให้เกิดแค่แสบร้อนกลางอกและเรอเปรี้ยว
แต่สามารถสัมพันธ์กับ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ กระแอม ระคายคอ และเจ็บคอ ได้ และผู้ป่วยบางรายอาจไม่มี Heartburn ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อาการไอหรือเจ็บคอไม่ได้จำเพาะกับ GERD เพราะภูมิแพ้ Postnasal Drip, Asthma และโรคบริเวณคอก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้
การดูแลพื้นฐานคือหลีกเลี่ยงอาหารก่อนนอนประมาณ 2–3 ชั่วโมง ลดอาหารที่กระตุ้นอาการ ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และพิจารณายกหัวเตียงหากมีอาการตอนกลางคืน
ยาอย่าง Antacids, H2 Blockers และ PPI มีบทบาทแตกต่างกัน และควรเลือกตามความถี่และความรุนแรงของอาการ
หากมีกลืนลำบาก น้ำหนักลด เลือดออกทางเดินอาหาร อาเจียนบ่อย หรือเจ็บหน้าอกรุนแรง ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรรักษาด้วยยาลดกรดเองต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง
- เจ็บคอเกิดจากอะไร? ไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ หรือกรดไหลย้อน แยกอย่างไร
- เจ็บคอไม่มีไข้เกิดจากอะไร? เมื่อไรอาจไม่ใช่การติดเชื้อ
- ไอเรื้อรังเกินกี่สัปดาห์ควรตรวจ? ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน หอบหืด หรือโรคปอด
- ท้องอืด แน่นท้อง เรอบ่อย เกิดจากอะไร? อาหาร กรดไหลย้อน หรือระบบย่อยอาหาร
- อาหารเป็นพิษมีอาการอย่างไร? อาเจียน ท้องเสีย ควรกินอะไรและเมื่อไรควรไปโรงพยาบาล
References
National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Symptoms & Causes of GER & GERD.
NIDDK
National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Definition & Facts for GER & GERD.
NIDDK
National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Eating, Diet, & Nutrition for GER & GERD.
NIDDK
National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Treatment for GER & GERD.
NIDDK
American College of Gastroenterology. Acid Reflux / GERD.
American College of Gastroenterology
Scientific References
Katz PO, Dunbar KB, Schnoll-Sussman FH, et al. ACG Clinical Guideline for the Diagnosis and Management of Gastroesophageal Reflux Disease. American Journal of Gastroenterology. 2022;117:27–56.
National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Gastroesophageal Reflux Disease in Adults.
NIDDK
หมายเหตุสำคัญ
อาการแสบร้อนกลางอก ไอ เจ็บคอ หรือเสียงแหบสามารถเกิดจากโรคอื่นนอกจากกรดไหลย้อนได้ ไม่ควรใช้ยาลดกรดต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยยังไม่ทราบสาเหตุ
หากมีเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบาก กลืนลำบาก น้ำหนักลด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
เรียบเรียงโดย: www.chulalakpharmacy.co






