ทำไมรักษาหนองในจึงนิยมใช้ Ceftriaxone แบบฉีด? ยากินแทนได้หรือไม่

รักษาหนองในทำไมต้องฉีด Ceftriaxone? ยากิน Cefixime ใช้แทนได้ไหม

ทำไมโรคหนองในจึงนิยมรักษาด้วย Ceftriaxone แบบฉีด ยากินอย่าง Cefixime ใช้แทนได้หรือไม่ เจาะเรื่องประสิทธิภาพ เชื้อดื้อยา หนองในคอ และข้อควรรู้ก่อนรักษา

Ceftriaxone แบบฉีดเป็นยาหลักที่ใช้รักษาโรคหนองใน เพราะให้ระดับยาที่สูงและคงอยู่เพียงพอสำหรับกำจัดเชื้อ Neisseria gonorrhoeae และยังมีประสิทธิภาพที่ดีในตำแหน่งที่รักษายาก เช่น หนองในที่คอ แนวทางประเทศไทย พ.ศ. 2567 แนะนำ Ceftriaxone 1 g ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียวสำหรับหนองในที่อวัยวะเพศ คอ และทวารหนักที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน (กรมควบคุมโรค) แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567

ยากินสามารถเป็นทางเลือกได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะประสิทธิภาพของยาแตกต่างตามตำแหน่งติดเชื้อ และเชื้อหนองในมีปัญหาดื้อยาสะสมทั่วโลก การเลือกยาจึงควรอิงแนวทางการรักษาและสถานการณ์เชื้อดื้อยาในพื้นที่ CDC


Ceftriaxone คือยาอะไร และทำไมใช้รักษาหนองใน?

Ceftriaxone เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Cephalosporin รุ่นที่ 3 มีฤทธิ์ต่อเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคหนองใน การฉีดเข้ากล้ามเนื้อช่วยให้ระดับยาในร่างกายสูงและคงอยู่ในระดับที่สามารถกำจัดเชื้อได้ดี

ปัญหาสำคัญของโรคหนองในคือเชื้อนี้สามารถพัฒนาการดื้อยาปฏิชีวนะได้หลายกลุ่ม ยาที่เคยใช้ได้ดีในอดีต เช่น Fluoroquinolones หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด จึงไม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างเสรีเหมือนเดิม ปัจจุบัน Ceftriaxone จึงยังเป็นหนึ่งในยาที่สำคัญที่สุดสำหรับการรักษาหนองในทั่วโลก (WHO) WHO: Updated recommendations for gonorrhoea treatment


แนวทางประเทศไทยใช้ Ceftriaxone ขนาดเท่าไร?

สำหรับประเทศไทย แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 แนะนำให้รักษาหนองในชนิดไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะเพศ คอ และทวารหนักด้วย Ceftriaxone 1 g ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว และพิจารณารักษาหนองในเทียมร่วมด้วยเมื่อไม่สามารถตรวจแยกเชื้อได้ (กรมควบคุมโรค) STI Management Guidelines 2024 ประเทศไทย

ขนาดยาของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันตามข้อมูลเชื้อดื้อยา แนวทางของ CDC สหรัฐฯ เช่น ใช้ Ceftriaxone 500 mg ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียวในผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 150 kg และ 1 g ในผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 150 kg ขึ้นไป ดังนั้นจึงไม่ควรนำสูตรยาจากต่างประเทศมาใช้แทนแนวทางประเทศไทยโดยตรง CDC



แล้ว Cefixime แบบกินใช้แทน Ceftriaxone ได้ไหม?

ใช้เป็นทางเลือกได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกเมื่อสามารถให้ Ceftriaxone ได้

แนวทางประเทศไทยระบุ Cefixime 800 mg ร่วมกับ Azithromycin 2 g รับประทานครั้งเดียว เป็นยาทางเลือก โดยเหมาะกับผู้ป่วยหรือสถานพยาบาลที่มีข้อจำกัดในการฉีดยา และระบุชัดว่า ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากอาจเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา (กรมควบคุมโรค) แนวทางหนองในของกรมควบคุมโรค

สูตรยาของต่างประเทศอาจต่างออกไป ตัวอย่างเช่น CDC ใช้ Cefixime 800 mg รับประทานครั้งเดียวเป็น alternative regimen ในกรณีไม่สามารถให้ Ceftriaxone ได้ และต้องพิจารณารักษา Chlamydia เพิ่มหากยังไม่ได้ตัดการติดเชื้อออก CDC

จึงไม่ควรจำเพียงว่า “Cefixime 800 mg รักษาหนองในได้” แล้วซื้อรับประทานเอง เพราะการเลือกสูตรยาต้องอิงแนวทางที่ใช้ในประเทศนั้นและบริบทของผู้ป่วยแต่ละราย


ทำไม Cefixime จึงไม่ถูกเลือกเป็นยาหลัก?

เหตุผลสำคัญคือ Cefixime แบบรับประทาน ไม่สามารถสร้างระดับยาฆ่าเชื้อในเลือดได้สูงและยาวนานเท่ากับ Ceftriaxone แบบฉีด และมีข้อจำกัดมากกว่าในการรักษาหนองในบริเวณคอ CDC

ปัญหาอีกด้านหนึ่งคือมีรายงานเชื้อหนองในที่มีความไวต่อ Cefixime ลดลงและมีรายงานการรักษาล้มเหลวจากยากลุ่ม Cephalosporin แบบรับประทานในหลายภูมิภาค การใช้ยาโดยไม่จำเป็นหรือเลือกขนาดยาเองจึงอาจเพิ่มแรงกดดันให้เชื้อพัฒนาการดื้อยาได้


ทำไม “หนองในคอ” ถึงทำให้เรื่องยากินสำคัญยิ่งขึ้น?

หนองในที่คอหรือ Pharyngeal Gonorrhea มักไม่มีอาการ แต่เป็นตำแหน่งที่กำจัดเชื้อได้ยากกว่าอวัยวะเพศหรือทวารหนัก และยาหลายสูตรให้ประสิทธิภาพในตำแหน่งนี้ต่ำกว่า

แนวทาง CDC จึงแนะนำ Ceftriaxone เป็นยาหลักสำหรับหนองในคอ และระบุว่าไม่มีสูตรทางเลือกที่เชื่อถือได้เทียบเท่าในทุกสถานการณ์ CDC

ดังนั้นคนที่มีประวัติ Oral Sex จึงควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอาจจำเป็นต้องตรวจตัวอย่างจากคอ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะปัสสาวะหรืออวัยวะเพศเท่านั้น



ทำไมไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง?

อาการปัสสาวะแสบขัดหรือมีหนองไม่ได้ยืนยันว่าเป็นหนองในเสมอไป เพราะอาจเกิดจาก Chlamydia, Mycoplasma genitalium, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือโรคอื่นได้

การเลือกยาผิด ขนาดยาไม่เหมาะสม หรือรับประทานยาไม่ครบ อาจทำให้อาการดีขึ้นชั่วคราวแต่เชื้อยังไม่หาย รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงการดื้อยา แนวทางไทยจึงระบุชัดว่าคำแนะนำการใช้ยาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จัดทำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และ ไม่แนะนำให้ประชาชนใช้เพื่อซื้อยารักษาตนเอง STIsQSA


รักษาหนองในแล้วต้องงดเพศสัมพันธ์กี่วัน?

ควรงดเพศสัมพันธ์ อย่างน้อย 7 วันหลังเริ่มการรักษา และจนกว่าคู่เพศสัมพันธ์จะได้รับการรักษาแล้ว เพื่อลดโอกาสติดเชื้อกลับไปกลับมาระหว่างคู่ (กรมควบคุมโรค) แนวทาง STI ประเทศไทย พ.ศ. 2567

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยหนองในยังควรได้รับการประเมินโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นที่อาจพบร่วมกัน เช่น Chlamydia, ซิฟิลิส และ HIV ตามความเสี่ยง CDC


รักษาแล้วไม่หายควรทำอย่างไร?

อาการจากหนองในมักดีขึ้นหลังได้รับการรักษาที่เหมาะสม หากยังมีอาการต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน และไม่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ ควรกลับไปประเมิน อาจจำเป็นต้องเพาะเชื้อและตรวจความไวต่อยาปฏิชีวนะเพื่อแยกภาวะ treatment failure หรือเชื้อดื้อยา (กรมควบคุมโรค) แนวทาง STI Management Guidelines 2024

อย่าเพิ่มยา เปลี่ยนยา หรือฉีดยาซ้ำด้วยตนเอง เพราะอาการที่ไม่หายอาจเกิดได้ทั้งจากติดเชื้อซ้ำ เชื้อร่วม หรือเชื้อดื้อยา

FAQ

หนองในต้องฉีดยาทุกคนหรือไม่?

โดยแนวทางประเทศไทย Ceftriaxone แบบฉีดเป็นยาที่แนะนำสำหรับหนองในไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนยารับประทานมีบทบาทเป็นทางเลือกในบางสถานการณ์ ไม่ควรเลือกสูตรยาเอง (กรมควบคุมโรค) แนวทางการรักษาหนองในประเทศไทย

Cefixime 800 mg รักษาหนองในได้ไหม?

ใช้เป็นยาทางเลือกได้ตามบางแนวทาง แต่ประสิทธิภาพและสูตรยาที่ใช้แตกต่างกันตามประเทศ และมีข้อจำกัดมากกว่า Ceftriaxone โดยเฉพาะการติดเชื้อบริเวณคอ CDC

Azithromycin กินอย่างเดียวรักษาหนองในได้ไหม?

ไม่ควรนำมาใช้รักษาหนองในด้วยตนเอง เนื่องจากเชื้อหนองในมีปัญหาการดื้อยา และสูตรการรักษาปัจจุบันต้องพิจารณาตามแนวทางและผลตรวจของผู้ป่วย

ฉีด Ceftriaxone แล้วหนองยังไหลอยู่ปกติไหม?

อาการอาจไม่ได้หายทันที แต่หากไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 7 วัน หรือกลับมาเป็นอีก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อซ้ำ เชื้อร่วม หรือ treatment failure หรือไม่ (กรมควบคุมโรค) STI Management Guidelines 2024

รักษาหนองในแล้วคู่นอนต้องรักษาด้วยไหม?

ควรให้คู่เพศสัมพันธ์ได้รับการประเมินและรักษาตามความเหมาะสม เพราะหากรักษาเฉพาะคนเดียว มีโอกาสติดเชื้อกลับมาจากคู่ที่ยังมีเชื้อได้ CDC




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม



เรียบเรียงโดย: ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช



References

ประเทศไทย

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 (STI Management Guidelines 2024). กรมควบคุมโรค
  • กรมควบคุมโรค. แนวทางการดูแลรักษาโรคหนองใน พ.ศ. 2562. แนวทางโรคหนองใน

ต่างประเทศ

  • Centers for Disease Control and Prevention. Gonococcal Infections Among Adolescents and Adults — STI Treatment Guidelines. CDC
  • CDC. Clinical Treatment of Gonorrhea. Updated 2024. CDC Clinical Treatment
  • World Health Organization. Updated recommendations for the treatment of Neisseria gonorrhoeae. 2024. WHO
  • World Health Organization. Development of recommendations on new oral antibiotics for gonorrhoea. 2026. WHO 2026 update

แชร์ข้อมูลไปยัง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

No results found.

ยังไม่มีบัญชี