หูดหงอนไก่ขณะตั้งครรภ์รักษาอย่างไร? ยาชนิดใดห้ามใช้เอง
เป็นหูดหงอนไก่ตอนตั้งครรภ์รักษาได้ไหม จี้เย็นปลอดภัยหรือไม่ Podophyllotoxin, Podophyllin และ Imiquimod ใช้ได้หรือไม่ และกรณีไหนควรพบแพทย์ก่อนคลอด
หูดหงอนไก่ระหว่างตั้งครรภ์สามารถรักษาได้ แต่ไม่ควรซื้อยาทาใช้เอง เพราะยาหลายชนิดที่ใช้ในคนทั่วไปไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ Podophyllotoxin/Podofilox และ Podophyllin ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์ ส่วน Imiquimod แม้ข้อมูลที่มีไม่พบความเสี่ยงสูงชัดเจน แต่ CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงจนกว่าจะมีข้อมูลมากขึ้น และ WHO 2024 ไม่แนะนำใช้ระหว่างตั้งครรภ์
หากจำเป็นต้องรักษา Cryotherapy หรือการจี้เย็นเป็นตัวเลือกสำคัญและ WHO ระบุว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในหญิงตั้งครรภ์เมื่อจำเป็นต้องรักษา ส่วนหูดขนาดใหญ่ อยู่ในช่องคลอด ปากมดลูก หรืออาจขัดขวางทางคลอด ควรให้สูติแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายบุคคล
ทำไมตอนตั้งครรภ์หูดหงอนไก่อาจโตเร็วขึ้น?
ระหว่างตั้งครรภ์ หูดหงอนไก่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น โตเร็วขึ้น หรือเปราะและมีเลือดออกง่ายกว่าเดิมได้
CDC ระบุว่า anogenital warts สามารถขยายตัวและเปราะมากขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ และการตอบสนองต่อการรักษาอาจไม่สมบูรณ์จนกว่าจะคลอดแล้ว
กรมควบคุมโรคก็ระบุว่าการตั้งครรภ์สามารถทำให้หูดโตเร็วขึ้นกว่าปกติได้
ดังนั้นการเห็นหูดโตขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่า HPV เปลี่ยนเป็นมะเร็ง แต่ควรให้แพทย์ประเมินว่าเป็นหูดจริงหรือไม่ อยู่ตำแหน่งใด และจำเป็นต้องรักษาระหว่างตั้งครรภ์หรือสามารถรอติดตามได้
หูดทุกก้อนต้องรักษาระหว่างตั้งครรภ์ไหม?
ไม่จำเป็นทุกก้อน
หูดขนาดเล็ก ไม่มีอาการ ไม่ขัดขวางทางคลอด และวินิจฉัยชัดเจน อาจพิจารณาติดตามโดยยังไม่รักษาได้ เพราะหูดบางรายอาจลดลงหลังคลอดเมื่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกันและฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ
แต่ควรพิจารณารักษาหากหูด:
- โตเร็วหรือมีจำนวนมาก
- เจ็บ คัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออก
- อยู่บริเวณที่เสียดสีมาก
- อยู่ในช่องคลอดหรือปากมดลูก
- มีขนาดใหญ่จนกังวลว่าจะขัดขวางการคลอด
- รูปร่างผิดปกติจนไม่แน่ใจว่าเป็นหูดหรือไม่

วิธีรักษาที่เหมาะในหญิงตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
Cryotherapy หรือการจี้เย็นเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักเมื่อจำเป็นต้องรักษาหูดหงอนไก่ระหว่างตั้งครรภ์
WHO 2024 ระบุว่า หากจำเป็นต้องรักษาหูดในหญิงตั้งครรภ์ cryotherapy เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด โดยใช้ความเย็นทำลายเนื้อหูด และอาจต้องทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง
หัตถการอื่น เช่น การผ่าตัดออก จี้ไฟฟ้า หรือเลเซอร์ อาจพิจารณาในหูดที่มีขนาดใหญ่หรือจำนวนมาก โดยต้องให้แพทย์เลือกตามตำแหน่ง อายุครรภ์ และความรุนแรงของรอยโรค
Podophyllotoxin หรือ Podofilox ใช้ตอนตั้งครรภ์ได้ไหม?
ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์
Podophyllotoxin หรือชื่อในแนวทาง CDC ว่า Podofilox เป็นยาที่ทำลายเซลล์หูดโดยตรง แต่ CDC ระบุชัดว่า contraindicated during pregnancy และ WHO ก็ไม่แนะนำใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ดังนั้นหากเคยได้รับยานี้ก่อนตั้งครรภ์ ไม่ควรนำกลับมาทาเองเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์
Podophyllin ใช้ได้ไหม?
ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์
Podophyllin เป็นสารเก่าที่มีความเสี่ยงต่อการดูดซึมและเกิดพิษต่อร่างกาย และแนวทางไม่แนะนำใช้ระหว่างตั้งครรภ์
แนวทางกรมควบคุมโรคของไทยในอดีตก็ระบุห้ามใช้ Podophyllin ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อทารก

Imiquimod ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ไหม?
โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยง
CDC ระบุว่าข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด แม้ข้อมูลจากสัตว์จะชี้ว่าความเสี่ยงต่ำ แต่ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยง Imiquimod ระหว่างตั้งครรภ์จนกว่าจะมีข้อมูลมากขึ้น
WHO 2024 ระบุ Imiquimod เป็นหนึ่งในยาที่ ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ เช่นกัน
จึงไม่ควรใช้ Imiquimod 5% ที่เหลือจากการรักษาก่อนตั้งครรภ์ หรือซื้อมาเริ่มเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
Sinecatechins ใช้ได้ไหม?
ไม่แนะนำระหว่างตั้งครรภ์
CDC ระบุว่าไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอสำหรับ Sinecatechins ในหญิงตั้งครรภ์ และระบุว่าไม่ควรใช้ในช่วงตั้งครรภ์
ดังนั้นการเห็นว่าเป็นยาสกัดจากชาเขียวไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยสำหรับการใช้รักษาหูดในหญิงตั้งครรภ์
แล้ว TCA ใช้ได้หรือไม่?
ประเด็นนี้ควรให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน ไม่ควรซื้อหรือใช้เอง
แนวทางบางแห่ง เช่น CDC มี Trichloroacetic acid (TCA) เป็นหนึ่งในวิธีที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้รักษาหูด และไม่ได้ระบุห้าม TCA ไว้ใน pregnancy section โดยตรง
อย่างไรก็ตาม WHO 2024 ระบุให้หลีกเลี่ยง TCA ในหญิงตั้งครรภ์ และระบุว่า cryotherapy เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อจำเป็นต้องรักษา
ดังนั้นในทางปฏิบัติ ไม่ควรใช้ TCA เองระหว่างตั้งครรภ์ และควรให้สูติแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาเลือกวิธีตามแนวทางและสภาพผู้ป่วยแต่ละราย
หูดในช่องคลอดหรือปากมดลูกรักษาเหมือนหูดภายนอกไหม?
ไม่เหมือนกัน และไม่ควรทายาเอง
แนวทางไทยระบุว่าหูดในช่องคลอด ปากมดลูก และบริเวณทวารหนักต้องใช้วิธีที่บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้รักษา เช่น cryotherapy หรือการผ่าตัดตามความเหมาะสม และ หูดที่ปากมดลูกควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หากพบรอยโรคแบบ exophytic ที่ปากมดลูก อาจต้องพิจารณาตรวจชิ้นเนื้อก่อนรักษาเพื่อแยกภาวะผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกตามดุลยพินิจแพทย์
หูดหงอนไก่ทำให้ต้องผ่าคลอดไหม?
ไม่จำเป็นต้องผ่าคลอดเพียงเพราะมีหูดหงอนไก่
การผ่าคลอดอาจพิจารณาเมื่อหูดมีขนาดใหญ่จน ขัดขวางทางคลอด หรือมีความเสี่ยงเลือดออกมากจากการคลอดทางช่องคลอด แต่ไม่ควรทำ cesarean section เพียงเพื่อหวังป้องกันการติด HPV ในทารก เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าป้องกันได้ทั้งหมด
การตัดสินใจเรื่องวิธีคลอดจึงต้องดูตำแหน่งและขนาดของหูดร่วมกับปัจจัยด้านสูติกรรมอื่น
ลูกจะติด HPV จากแม่หรือไม่?
มีโอกาสถ่ายทอดเชื้อระหว่างการคลอดได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในทารกพบไม่บ่อย
หนึ่งในภาวะที่สัมพันธ์กับ HPV คือ recurrent respiratory papillomatosis ซึ่งเกิดหูดบริเวณทางเดินหายใจของเด็ก แต่ความเสี่ยงโดยรวมต่ำ และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนการผ่าคลอดเพื่อป้องกันภาวะนี้ในผู้ที่มีหูดทุกราย
จึงควรปรึกษาสูติแพทย์ใกล้ช่วงคลอดหากหูดมีขนาดใหญ่หรืออยู่บริเวณช่องคลอด
ถ้าหูดโตเร็วระหว่างตั้งครรภ์ แปลว่าอันตรายไหม?
ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมะเร็ง เพราะการตั้งครรภ์เองสามารถทำให้หูดโตเร็วขึ้นได้
แต่หากก้อนมีลักษณะ สีเข้มผิดปกติ แข็ง เป็นแผล เลือดออกง่ายมาก ติดแน่นกับเนื้อเยื่อ หรือวินิจฉัยไม่ชัด ควรให้แพทย์ประเมินและอาจพิจารณาตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อแยกโรคอื่นที่มีลักษณะคล้ายหูด
หลังคลอดหูดจะหายเองไหม?
บางรายหูดอาจเล็กลงหรือหายไปหลังคลอดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน
CDC ระบุว่าการตอบสนองต่อการรักษาระหว่างตั้งครรภ์อาจไม่ดีเท่าหลังสิ้นสุดการตั้งครรภ์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหูดเล็กที่ไม่มีปัญหาบางรายสามารถพิจารณารอติดตามและประเมินอีกครั้งหลังคลอดได้
อย่างไรก็ตาม หากหูดทำให้เจ็บ เลือดออก หรือขัดขวางทางคลอด ก็ไม่จำเป็นต้องรอจนหลังคลอดเสมอไป
เมื่อไรควรพบแพทย์โดยเร็ว?
ควรพบแพทย์หากหูด โตเร็วมาก มีเลือดออก เจ็บมาก มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ในช่องคลอดหรือปากมดลูก หรือก้อนใหญ่จนกังวลเรื่องทางคลอด
ควรประเมินเพิ่มเติมเช่นกันหากไม่แน่ใจว่าก้อนเป็นหูดจริงหรือไม่ เพราะตุ่มบริเวณอวัยวะเพศอาจเกิดจากโรคอื่นได้
และเนื่องจากหูดหงอนไก่เป็น STI ผู้ป่วยอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง เช่น HIV และซิฟิลิส
สรุป เป็นหูดหงอนไก่ตอนตั้งครรภ์ควรรักษาอย่างไร?
หลักสำคัญคือ อย่าซื้อยาทาหูดมาใช้เอง
ควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
- Podophyllotoxin / Podofilox
- Podophyllin
- Imiquimod
- Sinecatechins
- TCA ไม่ควรใช้เอง และควรให้แพทย์เลือกตามแนวทางที่ใช้
วิธีที่มักพิจารณา
- Cryotherapy โดยบุคลากรทางการแพทย์
- การผ่าตัด/จี้/เลเซอร์ในกรณีจำเป็น
- รอดูอาการในหูดขนาดเล็กที่ไม่มีปัญหา ตามดุลยพินิจแพทย์
สิ่งสำคัญคือการตั้งครรภ์สามารถทำให้หูด โตเร็วขึ้นและตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีเท่าปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเร่งใช้ยาทุกชนิด การเลือกวิธีที่ปลอดภัยต่อทั้งแม่และทารกจึงสำคัญกว่าการพยายามกำจัดหูดให้เร็วที่สุด
FAQ
ตั้งครรภ์ใช้ Podophyllotoxin รักษาหูดได้ไหม?
ไม่ได้ Podophyllotoxin หรือ Podofilox ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์ใช้ Imiquimod 5% ได้ไหม?
โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ยังจำกัด และทั้ง CDC กับ WHO ไม่สนับสนุนให้ใช้เป็นตัวเลือกปกติในช่วงตั้งครรภ์
จี้เย็นหูดหงอนไก่ตอนตั้งครรภ์ได้ไหม?
ได้เมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม และ WHO ระบุว่า cryotherapy เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อจำเป็นต้องรักษาระหว่างตั้งครรภ์
หูดหงอนไก่ตอนตั้งครรภ์ต้องผ่าคลอดไหม?
ไม่จำเป็นทุกคน การผ่าคลอดมักพิจารณาเมื่อหูดขัดขวางทางคลอดหรือเสี่ยงเลือดออกมาก ไม่ใช่เพียงเพราะตรวจพบหูด
หูดที่โตเร็วตอนตั้งครรภ์คือมะเร็งไหม?
ไม่จำเป็น การตั้งครรภ์สามารถทำให้หูดโตเร็วขึ้นได้ แต่หากก้อนมีลักษณะผิดปกติ แข็ง เป็นแผล หรือเลือดออกผิดปกติควรให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติม

Internal Links ที่แนะนำ
- หูดหงอนไก่แบบไหนเหมาะกับยาทา แบบไหนควรจี้หรือทำหัตถการ
- Podophyllotoxin กับ Imiquimod ต่างกันอย่างไร? ยาทาหูดหงอนไก่เลือกแบบไหน
- Imiquimod กับการจี้เย็น ต่างกันอย่างไร? หูดแบบไหนเหมาะกับวิธีใด
- หูดหงอนไก่รักษาหายไหม? ทำไมรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้
- หูดหงอนไก่เริ่มต้นเป็นแบบไหน? ตุ่มแบบไหนควรสงสัย HPV
- เคยเป็นหูดหงอนไก่แล้ว ยังควรฉีดวัคซีน HPV หรือไม่?
เรียบเรียงโดย: ร้านขายยาจุฬาลักษณ์เภสัช
References
ประเทศไทย
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 — โรคหูดอวัยวะเพศและทวารหนัก.
- กรมควบคุมโรค. หูดหงอนไก่ (Condyloma acuminata).
ต่างประเทศ
- Centers for Disease Control and Prevention. Human Papillomavirus (HPV) Infection — Anogenital Warts: Special Considerations in Pregnancy.
- World Health Organization. Recommendations for the treatment of anogenital warts caused by human papillomavirus. 2024.






