วิธีการใช้ยา Fexofenadine (เฟกโซเฟนาดีน)

Fexofenadine (เฟกโซเฟนาดีน) เป็นยาต้านฮีสทามีน (Antihis […]
ยาแก้แพ้ Cetirizine (เซทิริซีน) ใช้อย่างไร

Cetirizine (เซทิริซีน) เป็นยาในกลุ่มยาแก้แพ้ (Antihista […]
Bilastine (ไบแลสทีน) ยาแก้แพ้รุ่นใหม่ ออกฤทธิ์ไว ไม่ทำให้ง่วง

Bilastine (ไบแลสทีน) เป็นยากลุ่มต้านฮิสตามีนหรือยาแก้แพ […]
ถั่งเช่า สมุนไพรมากสรรพคุณ ที่คุณผู้ชายต้องรู้

หลายคนที่กำลังเผชิญปัญหาด้านพละกำลัง เหนื่อยง่าย ร่างกา […]
อุจจาระเป็นเลือด ริดสีดวงทวาร หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่?

การถ่ายเป็นเลือด เป็นลักษณะอาการที่มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากทวารหนัก ถ่ายอุจจาระแล้วมีเลือดหรือลิ่มเลือดปนอยู่ หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีแดงเข้ม สาเหตุหลักที่มักทำให้ถ่ายเป็นเลือดเกิดจากความผิดปกติภายในระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ หรือบาดแผลที่เส้นเลือดดำส่วนปลายทวารหนัก ซึ่งการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่อาจมีความรุนแรงมากกว่าโรคริดสีดวงทวารได้
จริงหรือไม่? ฮอร์โมน DHEA ลดลง ทำให้นกเขาไม่ขัน

DHEA (Dehydroepiandrosterone) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต มีความสำคัญในการเป็นสารตั้งต้นที่สร้างฮอร์โมนกลุ่ม สเตียรอยด์ตามธรรมชาติที่มีบทบาทหน้าที่หลากหลาย อาทิ ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนเพศอย่าง เทสโทสเทอโรน หรือเอสโตรเจน โดยพบว่าระดับของฮอร์โมน DHEA นั้น จะผลิตได้สูงสุดในช่วงอายุประมาณ 25 ปี และจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
มาทำความรู้จักที่ตรวจครรภ์ประเภทต่างๆ พร้อมวิธีใช้งาน

การตั้งครรภ์บางครั้งก็อยู่เหนือการคาดเดา ยิ่งผู้ที่ยังไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ยิ่งคาดเดาได้ยาก แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ก็ช่วยให้ผู้หญิงสามารถทดสอบการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเองก่อนจะไปพบแพทย์ เรากำลังพูดถึง “ที่ตรวจครรภ์” หรือ “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์” ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แถมยังให้ผลแม่นยำได้ถึง 90%
ทำความรู้จัก Acyclovir (อะไซโคลเวียร์) ต้านเชื้อไวรัสเริม

Acyclovir (อะไซโคลเวียร์) เป็นยาในกลุ่มต้านเชื้อไวรัส ที่ช่วยในการชะลอการเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ (Herpes Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเริม งูสวัด และโรคอีสุกอีใส เป็นยาที่ต้องใช้ภายในการควบคุมของแพทย์ และใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียง สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ แต่ห้ามใช้ในสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรโดยไม่แจ้งให้แพทย์ทราบ
โรคกระเพาะอาหาร VS โรคกรดไหลย้อน กับความเหมือนที่แตกต่าง

“โรคกระเพาะ” และ “โรคกรดไหลย้อน” เป็นสองโรคเรื้อรังที่สร้างความสับสนให้กับผู้ป่วยไม่น้อย ด้วยอาการที่คล้ายคลึงกันและตำแหน่งของอาการที่ใกล้เคียงกัน ทำให้บ่อยครั้งผู้ป่วยคิดว่า…นี่คือโรคเดียวกัน!!! เรามาเช็คกันหน่อยดีกว่า ว่าแท้จริงแล้วสองโรคนี้มีอาการแตกต่างกันยังไงบ้าง?? ก่อนที่อาการจะลุกลามจนร้ายแรงกว่าที่คิด
รู้จักโรคปลายประสาทอักเสบ อาการชา ปวดแสบปวดร้อน

โรคปลายประสาทอักเสบเกิดจากความเสียหายของระบบประสาทส่วนปลาย ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการชาหรือเสียวแปลบบริเวณมือหรือเท้า และอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในด้านอื่น ๆ ด้วย โรคปลายประสาทอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งโรคปลายประสาทอักเสบอาจพบในผู้ป่วยเบาหวานได้มากกว่า 50% เลยทีเดียว นอกจากนี้ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือผู้ที่ทำงานในท่าเดิมซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคปลายประสาทอักเสบเช่นเดียวกัน
อาการแบบนี้ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

การติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ซึ่งการติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ที่แพร่กระจายผ่านการไอ จาม จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสวัตถุ รับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ ได้ แต่การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียก็มีลักษณะที่แตกต่างกันหลายประการ
แผลริมแข็ง (Chancre) คืออะไร

แผลริมแข็ง (Chancre) คือ ชื่อเรียกรอยโรคชนิดแผลของโรคซิฟิลิส (Syphilis) ระยะที่ 1 แผลจะมีลักษณะเป็นวงกลม ขอบแข็ง เห็นขอบของแผลชัดเจน ขอบจะค่อนข้างนูนขึ้นกว่าบริเวณรอบๆ และไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บ มักเกิดขึ้นบนบริเวณต่าง ๆ ที่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย เช่น ปาก อวัยวะเพศ หรือรูทวาร ในลำไส้ ช่องคลอด นิ้วมือ อาจจะมีอาการร่วมด้วยคือ ต่อมน้ำเหลืองอาจจะโต กดไม่เจ็บ สำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเป็นโรคเอดส์ แผลมักจะมีขนาดใหญ่กว่าและมีอาการเจ็บมาก